FWM


FWM

หนังสือของ วาริส

MMM


MMM

กระทู้ฟอรั่ม

IT Weekly

TOP 10 Post Forum

หนังสือของ ฟีลิปดา

ImagesShack

ฝากรูปไว้กับเว็บ
ImageShack®



(ขณะอัพโหลด กรุณารอสักครู่)

หนังสือแนะนำ


อ้อมกอดซาตาน
baiboau

เข้าสู่ระบบ

ชื่อ

รหัสผ่าน



ไม่ได้เป็นสมาชิก?
คลิกที่นี่ เพื่อลงทะเบียน.

ลืมรหัสผ่าน?
ขอรหัสผ่าน ที่นี่.

ผู้กำลังออนไลน์

· บุคคลทั่วไปออนไลน์: 3

· สมาชิกออนไลน์: 0

· สมาชิกทั้งหมด: 1,122
· สมาชิกใหม่: som

ฉบับพิเศษ

สมาชิกออนไลน์ล่าสุด

admin14:27:47
som 1 week
dongsug 2 weeks
bhpong 3 weeks
pong650 4 weeks
lertritt 4 weeks
iamiris 5 weeks
num dorsakun 8 weeks
tontake 8 weeks
jaap007 9 weeks
chakansi 9 weeks
weraya10 weeks
BigBear12 weeks
aerian12 weeks
kittigon12 weeks

เว็บไซต์พันธมิตร 120x60


แลกลิงค์แบนเนอร์ ติดต่อได้ที่
editor_FWM@hotmail.com


ร้านด้ายทอง การ์ด&ของชำร่วย
081-687-3591


writer-club.net
เว็บไซต์สำหรับนักเขียน


www.dr-pop.com
เว็บไซต์ Dr. POP


hookratai.in.th
สำนักพิมพ์หูกระต่าย

บทความล่าสุด

หนังสือของ อาริตา

ฝากข้อความ

คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อฝากข้อความ.

28/01/2010 17:04
หวัดมรณะ ตอนที่ 26 สถานการณ์สับสน โพสแล้วจ้า Wink

18/01/2010 21:04
หวัดมรณะตอนที่ 25 ความว่างเปล่าทั้งต
ัวและหัวใจ โพสแล้วจ้า Wink

03/01/2010 19:48
หวัดมรณะ ตอน 24 ใครเจ็บปวดใจ ใครได้ ใครเสีย โพสแล้วจ้า Wink

27/12/2009 21:39
หวัดมรณะ ตอนที่ 23 เกมผลประโยชน์ โพสแล้วจ้า Grin

20/12/2009 18:05
หวัดมรณะ ตอนที่ 22 ผลสรุป ที่ไม่คาดคิด กับความเจ็บปวด ที่ถูกทรยศ โพสแล้วจ้า Wink

13/12/2009 21:06
หวัดมรณะตอนที่ 21 กุญแจไขปริศนา ที่แสนเย้ายวน โพสแล้วจ้า Grin

07/12/2009 18:16
หวัดมรณะ ตอน 20 สมมติฐานโหด กลางสังคมละโมภ โพสแล้วจ้า Wink

29/11/2009 13:15
หวัดมรณะ ตอนที่ 19 ปริศนา เริ่มคลี่คลาย แต่หัวใจยิ่งเจ็บปว
ด โพสแล้วจ้า Shock

22/11/2009 22:46
หวัดมรณะ ตอนที่ 18 ความระทึกใจ ในโรงแรมม่านรูด โพสแล้วจ้า ขอโทษที หายไปสองสัปดาห์ Wink

17/11/2009 20:35
คุณเจหายไปนานแล้วค
่ะ ฉะฯจำได้นะคะว่าหาย
ไปตั้งแต่วันไหน อิอิ รออ่านอยู่ค่ะ ^^

Popular Downloads

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์

สำหรับ สนพ. หรือนักเขียนที่ต้องการประชาสัมพันธ์ผลงานหนังสือ
สามารถส่งหนังสือ ประวัติย่อ ข้อมูลต่างๆ ...มาได้ที่

FreeMag 20/408 ม.11 หมู่บ้านอิ่มอัมพร2
ซ.วัดกำแพง บางเชือกหนัง ตลิ่งชัน กทม 10170


หรือที่ Editor_freemag@yahoo.com
คุณหนึ่ง 084-4214-009 , 081-400-7146

ดูกระทู้

 พิมพ์กระทู้
หวัดมรณะ 26
khun_j
#1 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 28-01-2010 17:03
Moderator


ข้อความ: 135
เข้าร่วม: 10.11.08

คำนำ
ขอโทษทีที่โพสช้า งานยุ่ง สถานการณ์สับสนยังกะชื่อตอนเลย อิอิ
ขอบคุณ คุณ Chakansi มากที่โพสตอบ
ขอบคุณคนอ่านทุกท่าน

---------------
ตอนที่ 26 สถานการณ์สับสน


ราวกับตั้งโปรแกรมเอาไว้ อารยะเคลื่อนรถตามหลังรถคันหน้าไปอย่างอัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้สมองที่ชาด้านเพราะขาดน้ำตาลจากการที่เลยเวลาอาหารไป หรือจะเป็นเพราะเห็นภาพคาดไม่ถึงก็บอกไม่ได้

รถข้างหน้านำไปถึงร้านอาหารแห่งหนึ่ง เลี้ยวเข้าไปในที่จอดรถ แล้วชาวต่างชาติหนุ่มคนนั้นและพราวขวัญก็ลงจากรถ เข้าไปในร้านอาหารนั้น
อารยะหยุดรถอยู่ที่ทางเข้าร้านอาหารแห่งนั้น เมื่อถึงจุดที่ต้องตัดสินใจ สมองมึนชากลับมาทำงานอีกครั้งหนึ่งถ้าเขาตามเข้าไปข้างในพราวขวัญก็อาจจะรู้ว่า เขาตามมา

เขาต้องการให้เธอรู้หรือไม่

เขาก็ไม่รู้

ขณะนี้มีคำถามหลายอย่างวิ่งวนเวียนอยู่ในสมอง การทดลองนี้เกี่ยวพันกับเรื่องไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่หรือไม่ ดูเหมือนจะได้คำตอบแล้วว่าเกี่ยว เมื่อชายกลางคนที่หาข้ออ้างเข้าไปสังเกตการณ์อยู่ในห้องฉุกเฉินขณะที่แรงงานต่างด้าวทั้งสองกลุ่มเจ็บป่วยเป็นคนที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แรงงานต่างด้าวกลุ่มแรก และอาจเป็นกลุ่มหลังด้วย ชายคนเดียวกันนี้นั่งอยู่ในรถปิคอัพที่ขับตามเขาและพราวขวัญไป แล้วระเบิดรถของเขาจนไฟลุกท่วม แต่เขาและเธอรอดมาได้ โดยมีคนสองคนรับเคราะห์ไปแทน ชายคนนี้ยังไปปรากฎตัวในโรงแรมที่จัดประชุมอาเซียนเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ตามข้อมูลที่ผู้กองโก้เพื่อนของเขาส่งมาให้แต่รีบหนีออกไปเมื่อเห็นตำรวจ นุชดีเทลบริษัทยาต้านไวรัสคุยกับชายคนนี้เรื่องการทดลอง แสดงว่าเบื้องหลังของการทดลองนี้อาจมาจากบริษัทยาต้านไวรัส ซึ่งจะได้ประโยชน์อย่างมาก จากการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ บริษัทนี้พยายามล๊อบบี้ที่ประชุมเตรียมมาตรการเรื่องยาต้านไวรัสให้ใช้มาตรการแจกจ่ายยาให้มากที่สุด ในกรณีที่เกิดการระบาดในประเทศ โชคดีที่มีกุลสตรีและหมออีกกลุ่มหนึ่งช่วยกันขัดขวาง ทำให้มาตรการที่สรุปได้ค่อนข้างเข้มงวด ซึ่งจะทำให้โอกาสเกิดการแพ้ยาและการดื้อยาน้อยลง

แต่คำถามสำคัญนั้นยังไม่ได้รับคำตอบ

พราวขวัญมีส่วนร่วมในขบวนการทั้งหมดนี้ด้วยหรือไม่

เมื่อแรกที่ได้ข้อมูลเรื่ององค์การที่พราวขวัญทำงานอยู่จากกุลสตรี เขาก็หลงเชื่อไปบ้าง ทั้งที่พราวขวัญที่เขารู้จักไม่มีทางเข้าร่วมกระบวนการอะไรเช่นนี้อย่างแน่นอน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ยังไม่แน่ใจในข้อมูลของกุลสตรีจนตัดสินใจจะต้องมาถามพราวขวัญด้วยตนเอง แต่เมื่อมาถึงกลับพบเห็นเธอสนิทสนมกับชาวต่างชาติที่น่าจะเป็นผู้จัดการบริษัทยาที่นุชดีเทลสาวสวยทำงานอยู่

ความสงสัยยิ่งเพิ่มทวีคูณ ทั้งสงสัยทั้งเจ็บปวดใจ

เหมือนอะไรนะ

เหมือนหมอกนิษฐ์ที่เห็นเหมียวไปกับชายคนนั้นเมื่อคืนก่อน

หมอกนิษฐ์คงมีคำถามต่าง ๆ มากมาย อารยะรู้สึกเหมือนขณะนี้กำลังนั่งอยู่ในใจของหมอกนิษฐ์ รับรู้ความรู้สึกเช่นเดียวกัน

ความสับสนในความคิดและความรู้สึกว่างเปล่าทำให้ความอยากอาหารหายไปสิ้น

อารยะหันไปมองในร้านอาหารอีกครั้ง พราวขวัญและชายต่างชาติคนนั้น ได้ที่นั่งริมสวนสวย กำลังมองดูเมนูอาหารอยู่คนละแผ่น ความรู้สึกเจ็บปวดบอกไม่ถูกวูบขึ้น

หมอกนิษฐ์คงรู้สึกไม่แตกต่างจากเขา เมื่อเห็นเหมียวออกจากบ้านพักแพทย์หลังโรงพยาบาลขึ้นรถไปกับชายคนอื่นกลางดึก

น่าจะเจ็บปวดมากกว่าเขาด้วยซ้ำไป เพราะเหมียวคือภรรยาของหมอกนิษฐ์ แต่พราวขวัญยังไม่ได้เป็นอะไรกับเขาเลยสักนิด

นอกจากเพื่อนที่ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันมาอย่างเข้มข้น ร่วมฝ่าฟันอันตรายด้วยกันมา และดูเหมือนราวกับจะรู้ใจกัน เขาสลัดความคิดถึงพราวขวัญออกไป พยายามให้ความสนใจไปยังเรื่องราวของหมอกนิษฐ์

ปัญหาของครอบครัวนั้นเรียบร้อยหรือยัง เหมียวติดต่อสามีของเธอแล้วหรือไม่

การนึกถึงปัญหาของคนอื่น ทำให้อารยะรู้สึกดีขึ้น

เขาตัดสินใจถือโอกาสขับรถไปหาหมอกนิษฐ์ที่โรงพยาบาล อาจได้ข้อมูลเพิ่มเติม อย่างน้อยก็คงมีเพื่อนพูดคุยกัน

เขาหันกลับไปเข้าเกียร์รถ เหยียบคันเร่งออกจากหน้าร้านอาหารนั้นอย่างรวดเร็ว โดยมีจุดหมายอยู่ที่โรงพยาบาล

ยี่สิบนาทีต่อมา อารยะมาถึงโรงพยาบาล เขาจอดวนเวียนหาที่จอดรถหน้าห้องฉุกเฉิน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีที่จอดรถ เขาตัดสินใจคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพร้อมกับกดสายโทรเข้าไปที่ห้องฉุกเฉินเพื่อดูว่าหมอกนิษฐ์อยู่เวรหรือไม่

เสียงโทรศัพท์ดังอยู่หลายครั้ง โดยไม่มีผู้รับสาย

เขามองหน้าห้องฉุกเฉินมีญาติคนไข้นั่งรอจำนวนมาก เป็นไปได้ว่างานอาจยุ่งมากจนไม่มีใครรับสาย

อารยะตัดสินใจขับรถไปด้านหลัง เพื่อแวะไปหาหมอกนิษฐ์ที่บ้านพัก

บ้านพักนั้นปิดไฟเงียบ มืดสนิท ราวกับไม่มีคนอยู่ข้างใน

อารยะลังเลว่าจะติดต่อหมอกนิษฐ์ที่อาจกำลังอยู่เวร และกำลังยุ่ง อาจไม่มีเวลารับสายจะดีหรือไม่ หรือหมอกนิษฐ์อาจออกไปหาอาหารทานข้างนอก

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับกดเบอร์หมอกนิษฐ์ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสามครั้ง ยังไม่มีคนรับสาย อารยะถอนใจ ขณะกำลังจะกดปิดสาย

“หมอกนิษฐ์ครับ” เสียงเบา ๆ ดังมาตามสาย

“อารยะพูดครับ อยู่เวรหรือเปล่าครับ” เขากรอกเสียงลงไปอย่างดีใจ อย่างน้อยเขาก็พอจะคุยกับหมอกนิษฐ์ได้

“เปล่าครับ แต่ผมกำลังขับรถ จวนถึงบ้านแล้ว อีกสักห้านาทีผมโทรกลับนะครับ” หมอกนิษฐ์วางสาย

หมอกนิษฐ์คงกลับจากทานอาหารข้างนอกและจวนจะกลับมาถึงแล้ว อารยะตัดสินใจนั่งคอยอยู่ในรถ

ยังไม่ถึงห้านาทีรถยนต์ของหมอกนิษฐ์ก็แล่นตรงมาตามถนน แล้วเลี้ยวเข้าไปจอดในโรงรถที่บ้านพักของเขา

อารยะเปิดประตูลงจากรถ พร้อมกับหมอกนิษฐ์เปิดประตูลงมา

ใบหน้าซีดขาว หัวคิ้วขมวดมุ่นของหมอกนิษฐ์เป็นที่สังเกตอย่างชัดเจน

“ไม่สบายหรือเปล่าครับ” อารยะถาม

หมอกนิษฐ์เงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา

“อ้อ มารออยู่ที่นี่หรือครับ ผมไม่ได้เป็นอะไร คุณล่ะเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ดูหน้าตาไม่สดใสเลย”

อารยะอึ้งไป เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า หน้าตาของเขาก็คงจะดูไม่ปกติเช่นเดียวกัน ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ กลบเกลื่อน

“คงเป็นเพราะยังไม่ได้ทานข้าวเย็นครับ รีบขับรถมา”

“ผมก็ยังไม่ได้ทานอะไรเหมือนกัน เข้ามาในบ้านก่อนสิครับ” หมอกนิษฐ์ยิ้มตอบเขา ก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้านพัก

“เห็นไม่มีใครอยู่บ้าน ผมคิดว่า ออกไปหาอะไรทานเสียอีก ยังไม่ได้ทานอาหารเย็นหรือครับ นี่ทุ่มกว่าเกือบสองทุ่มแล้ว”

หมอกนิษฐ์สั่นหัว ก่อนพูดต่อเบา ๆ

“วันนี้ผมโทรหาเหมียวหลายครั้ง ช่วงแรกยังโทรติดแต่ไม่มีคนรับสาย ช่วงหลังโทรไม่ติด เมื่อบ่ายผมก็เลยขับรถไปหา”

อารยะรู้สึกดีใจขึ้นวูบหนึ่ง อย่างน้อยปัญหาของหมอกนิษฐ์ก็คงคลี่คลาย เมื่อมีการพูดคุยกัน เขาคิดว่า เรื่องของสามีภรรยาคู่นี้เป็นปัญหาของการสื่อสาร ต่างคนต่างไม่พูด และต่างเข้าใจไปคนละอย่าง อาจเป็นเพราะงานของแต่ละฝ่ายมีมาก และอยู่ห่างไกลกัน และยิ่งเป็นคนที่หน้าตาดีทั้งคู่ ความระแวงย่อมมีเป็นธรรมดา แต่เท่าที่เขาสังเกตพบ ทั้งคู่ยังคงรักกันมาก และที่สำคัญต่างก็ยังคงเห็นความดีงามของกันและกัน หากมีการพูดจากันโดยตรง น่าจะปรับความเข้าใจกันได้ไม่ยาก

“เป็นไงบ้างครับ เหมียวว่าไงบ้าง วันนั้นที่เธอรีบออกไปคงมีเรื่องอะไรสำคัญใช่ไหมครับ” อารยะถาม คาดหวังว่าจะได้ยินข่าวดีว่าทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันแล้ว เขาจะได้ไปรายงานพราวขวัญ ซึ่งเร่งรัดและคาดหวังให้เขาช่วยสานรอยร้าวของคนคู่นี้ให้ได้

แต่ตอนนี้ เขาชักไม่แน่ใจว่า พราวขวัญคิดอย่างนี้จริงหรือไม่ ถ้าเธอเกี่ยวข้องกับการทดลองกับมนุษย์ที่โหดร้ายขนาดมีคนเสียชีวิต จิตใจของเธอ จะเต็มไปด้วยความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์อย่างที่แสดงออกจริงหรือ ยิ่งคิดเขายิ่งรู้สึกสับสน

หมอกนิษฐ์ถอนใจยาว

“ผมไปถึงโรงพยาบาลนั้นตอนเย็นเกือบห้าโมงแล้ว ไม่ได้บอกใครที่นั่นเพราะไม่อยากให้เพื่อนร่วมงานของเหมียวรู้ เดี๋ยวเธอจะอายคนอื่น แต่หน้าโรงพยาบาลมีป้ายบอกว่าคนอื่นอยู่เวร เหมียวไม่ได้อยู่เวรและคงลงไปแล้ว”

หมอกนิษฐ์พูดเสียงเบา อารยะตั้งใจฟังอย่างเต็มที่ เขาเข้าใจความรู้สึกของหมอกนิษฐ์เป็นอย่างดี ที่ไม่อยากให้ใครรับรู้ เรื่องที่แวะไปหาเหมียว เพราะคงจะอธิบายสาเหตุให้คนอื่นเข้าใจได้ยาก หมอกนิษฐ์คงไม่อยากให้ใครล้อเลียนภรรยาของตนเอง

“ผมเลยโทรหาเธอ แต่ก็ไม่ติด” เสียงนั้นเงียบไป

“ไม่ตามไปที่บ้านพักเลยล่ะครับ” อารยะซัก อันที่จริงน่าจะเป็นโอกาสดีที่เหมียวไม่ได้อยู่เวร ไปหาเธอที่บ้านพัก พาเธอออกไปทานอาหาร ปรับความเข้าใจกัน หมอกนิษฐ์ขับรถไปหาเธอเพื่อปรับความเข้าใจกัน เหมียวน่าจะดีใจ คงจะเป็นโอกาสดีที่สุดแล้ว

“ที่หอพักพยาบาล เธอก็ไม่อยู่” เสียงนั้นเบาลงอีก

“อ้าว” อารยะอุทาน

“พอดีแม่บ้านซักผ้ากำลังเอาผ้ามาส่งที่หอพัก เขาบอกผมว่า เธอกลับมาที่ห้องแป๊บหนึ่ง” คราวนี้เสียงของหมอกนิษฐ์แหบพร่า ราวกับลำคอแห้งผาก

“แล้วออกไปอีกครั้งกับหมอพงศ์เทพ คนที่เราเห็นวันนั้นแหละครับ” หมอกนิษฐ์อธิบายให้เขาเข้าใจ อารยะนึกถึงชายหนุ่มที่มารับเหมียววันนั้น
อารยะกลืนน้ำลายฝืด ๆ ด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก เขาข่มกลั้นความรู้สึกสับสนของตนเอง เมื่อได้ยินความทุกข์ของคนอื่น ก่อนจะส่งเสียงออกมาด้วยความพยายามที่จะปลอบใจ

“คงไม่มีอะไรมังครับ อาจจะออกไปหาอะไรทานตอนเย็นหรือมีธุระอะไรสำคัญก็ได้ อย่าเพิ่งกังวลนะครับ ยังไงก็น่าจะหาโอกาสคุยกันให้รู้เรื่องเสียก่อน ดีกว่าคิดไปเอง”

เขานึกในใจว่า อย่าเพิ่งคิดในทางร้าย อาจมีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล เขาเชื่อมั่นว่าเหมียวยังรักหมอกนิษฐ์อยู่ แม้ว่าสถานการณ์จะชวนให้คิดไปในทางไม่ดี แต่น่าจะเปิดโอกาสให้เหมียวอธิบาย น่าจะสอบถามกันตรง ๆ

แล้วเขาก็อดนึกถึงเรื่องของตนเองไม่ได้ เขาได้ยินเรื่องราวจากกุลสตรี ก็คล้อยตามไปครึ่งหนึ่งแล้ว ยิ่งมาเห็นพราวขวัญกับชายต่างชาติรูปงามผู้จัดการบริษัทยาคนนั้นในวันนี้ ยิ่งทำให้คิดไปในทางไม่ดีมากขึ้น พอเห็นเธอสนิทสนมกับเขา ถึงขนาดไปทานอาหารเย็นด้วยกันสองต่อสอง เขายิ่งนึกไม่ออกว่าจะมีคำอธิบายที่ดีได้อย่างไร

หรือว่าผงเข้าตาตัวเองเขี่ยไม่ออก แต่เขากลับพยายามจะเขี่ยผงในตาของหมอกนิษฐ์ให้ได้ ทั้งที่ตัวเองก็ยังมีผงอยู่ในดวงตาอยู่

เขาจึงพยายามพูดให้หมอกนิษฐ์หาโอกาสคุยกับเหมียว ก่อนจะตัดสินใจว่า สถานการณ์จริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร

แล้วเขาเปิดโอกาสให้พราวขวัญชี้แจงเรื่องราวแล้วหรือยัง เขาตัดสินเธอไปแล้วจากข้อมูลที่รับฟังมา และเหตุการณ์ที่มองเห็นเพียงไม่กี่นาที อย่างนั้นหรือ

หรือว่าจริง ๆ แล้ว พอเป็นเรื่องของตนเอง ก็ใช้อารมณ์มาตัดสิน โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอชี้แจง แทนที่จะหาข้อมูล หาเหตุผลและหลักฐานความเป็นจริงให้รอบด้าน ก่อนจะตัดสินใจว่า จริง ๆ แล้วข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

อารยะตะลึงงันกับความคิดของตนเอง เขายังไม่ได้คุยกับพราวขวัญแม้แต่น้อย แต่กลับคิดถึงเธอในทางร้าย ทั้ง ๆ ที่พราวขวัญที่เขารู้จัก ไม่น่าจะมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการทดลองชั่วร้ายเช่นนั้น

หมอกนิษฐ์ถอนใจอีกครั้ง สั่นศีรษะช้า ๆ

“ยังไม่ห้าโมงเย็นเลยนะครับตอนนั้นน่ะ” พูดตอบ ก่อนจะต่อประโยคถัดไปเหมือนรำพึงรำพันกับตัวเอง

“เหมียวออกไปกับหมอคนนั้น แล้วก็ปิดโทรศัพท์ เหมือนไม่ต้องการให้มีใครรบกวน”

“อย่าเพิ่งสรุปเลยครับ ไว้ถามเหมียวต่อหน้าจะดีกว่า อาจมีอะไรหลายอย่างที่เรายังไม่รู้นะครับ การสรุปจะทำให้เราตัดสินอะไรบางอย่างไปก่อน พอรู้ความจริงเราอาจต้องเสียใจที่ด่วนสรุปเกินไป” อารยะเปลี่ยนเรื่อง เมื่อเห็นว่าหมอกนิษฐ์ทำท่าจะจมอยู่กับความคิดด้านลบมากขึ้นเรื่อย ๆ

“อาจเป็นอย่างที่ว่าก็ได้ ไปหาอะไรทานกันดีกว่า” หมอกนิษฐ์ดูดีขึ้นเมื่อได้ยินคำปลอบใจของเขา หรือแท้จริงแล้วเป็นการปลอบใจตัวเองกันแน่ เขาไม่แน่ใจเหมือนกัน

อารยะนั่งทานบะหมี่ซองลวก กับหมอกนิษฐ์เงียบ ๆ ต่างคนต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ก่อนที่หมอกนิษฐ์จะทำลายความเงียบขึ้นด้วยคำถาม

“ได้ข่าวว่า มีคนไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่สองคนกลับมาจากต่างประเทศ กำลังรอผลตรวจเลือดเคยได้ยินไหมครับ”

“ผลตรวจเลือดเป็นบวกครับ ใช่ไข้หวัดนั่นจริง ๆ” อารยะพยักหน้ารับ

“แล้วก่อนเข้าโรงพยาบาล เขาแพร่เชื้อออกไปหรือยังครับ มีการเตรียมการอะไรรองรับบ้างหรือเปล่า” หมอกนิษฐ์ถามอีก เพราะมันเกี่ยวพันกับงานที่ห้องฉุกเฉินของเขาโดยตรง

“เข้าใจว่า ถูกกักตัวไว้ตั้งแต่ลงจากเครื่องนะครับ ก่อนหน้านี้มีการประชุมกำหนดมาตรการรองรับการระบาดในประเทศไทยแล้ว” อารยะตอบ เขานึกถึงการประชุมครั้งแรกที่กำหนดมาตรการต่างๆ ผ่อนปรนกว่าที่เขาวางแผนไว้มากนัก

“ตอนนี้ก็กำหนดมาตรการแจกจ่ายยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่แล้วครับ” เขาเล่าต่อไป

“เขากักตัวผู้โดยสารอื่นที่มีโอกาสสัมผัสโรคบนเครื่องด้วยหรือเปล่าครับ” หมอกนิษฐ์ถาม

“เอ้อ เขาให้กักตัวอยู่ที่บ้าน เพื่อดูอาการ และมีคนติดตามถามอาการครับ” อารยะตอบพลางขมวดคิ้ว ถ้าตามมาตรการที่เขาเสนอคือให้กักตัวทั้งหมด เช่นเดียวกันกับที่นิวซีแลนด์ หรือฮ่องกง จนกว่าจะแน่ใจว่าปลอดการติดเชื้อ

“แล้วถ้าเกิดการกระจายเชื้อไปแล้ว และให้คนเหล่านี้กลับบ้าน แล้วเขาไปติดต่อคนที่บ้านล่ะครับ” หมอกนิษฐ์ถาม

“ครับ หวังว่าคงจะมีการให้ความรู้ แก่คนเหล่านั้นอย่างดีจนเขายอมกักตัวเองอยู่ที่บ้านและป้องกันตัวเองไม่ให้ติดคนในบ้าน ไม่งั้นคงยุ่งพอสมควร” อารยะเห็นด้วย

“แล้วมาตรการเรื่องยาต้านไวรัสล่ะ พอทราบไหมครับ”

“ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ก็มีปัญหาเรื่องอาการข้างเคียง และการดื้อยานะครับ” อารยะอธิบายตามข้อมูลที่มีการอภิปรายกันในที่ประชุม

“แล้วไงครับ” หมอกนิษฐ์ถาม

“ก็เลยคิดว่าจะรวมศูนย์ไว้ แจกจ่ายยาไปในแต่ละแห่งจำนวนไม่มาก ให้ใช้เมื่อมีข้อบ่งชี้ครับ หมดแล้วก็มาเบิกเพิ่มเติม แต่ไม่อนุญาตให้แต่ละแห่งสะสมยาไว้” อารยะอธิบาย

หมอกนิษฐ์ขมวดคิ้ว ก่อนจะถาม

“หรือครับ เห็นว่าอัตราตายสูงกว่าไข้หวัดตามฤดูกาลไม่ใช่หรือครับ แล้วทำไมไม่กระจายยาให้คนไข้ที่ติดเชื้อไปเลย”

“ก็มันมีปัญหาอาการข้างเคียงและการดื้อยาไงครับ” อารยะตอบ

“อาการข้างเคียงพบบ่อยไหมครับ ถึงตายไหมครับ อัตราเท่าไร แล้วไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้มีปอดบวมเสียชีวิตได้กี่เปอร์เซนต์ครับ” หมอกนิษฐ์ถาม คิ้วยังขมวดมุ่นอยู่

“อาการข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นอาการระบบทางเดินอาหาร น้อยมากที่จะถึงตาย ผมคิดว่าน้อยกว่าปอดบวมเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่แน่ ๆ” อารยะตอบ เริ่มขมวดคิ้วตามไปด้วย

“แล้วการแพ้ยาล่ะครับ ถ้าเราเก็บยาไว้ไม่กระจาย ป้องกันการดื้อยาได้หรือครับ หากประเทศอื่น ๆ แจกจ่ายยากันเต็มที่ ผมอ่านข่าวว่าในญี่ปุ่น ใครเป็นหวัดก็ซื้อยาต้านไวรัสจากร้านขายยามากินกันเลย โดยไม่ต้องตรวจว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ด้วยซ้ำไป” หมอกนิษฐ์ถาม
อารยะตะลึงงัน

จริงสิ ถ้าประเทศต่าง ๆ แจกจ่ายยาอย่างเต็มที่ก็สามารถป้องกันปอดบวมจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้ ทำให้โอกาสเสียชีวิตน้อยลงมาก ถึงแม้ว่าจะมีมาตรการเข้มงวดในการจ่ายยาเพราะกลัวเชื้อดื้อยา แต่คงไม่มีความหมายอะไรถ้าประเทศอื่น ๆ ใช้มาตรการแจกจ่ายยาอย่างผ่อนปรน เพราะการเดินทางข้ามทวีปเป็นไปอย่างรวดเร็ว มาตรการใด ๆ ก็ไม่สามารถป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ดื้อต่อยาต้านไวรัสได้

อารยะเริ่มรู้สึกงงงัน

“ถ้ามีใครใช้ยาอย่างมาก ผมคิดว่า เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในประเทศนั้นก็จะเริ่มดื้อยา และกระจายออกจากประเทศนั้น คนอื่นที่ใช้มาตรการเข้มงวดอย่างไรก็ตาม ไม่สามารถป้องกันการดื้อยาได้” หมอกนิษฐ์พูดต่อไป อารยะพยักหน้าเห็นด้วย

“แต่ประเทศที่กักเก็บไว้ไม่จ่ายยาต้านไวรัสให้กับคนไข้ได้อย่างรวดเร็วทันเวลานี่สิครับ ก็จะไม่สามารถป้องกันปอดบวมได้ทัน อัตราตายจะสูงขึ้น ดูอย่างประเทศเม็กซิโกสิครับ อัตราตายสูงมากตอนเริ่มต้น เพราะไม่รู้ว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ ไม่รู้ว่าควรจะรักษาอย่างไร แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกา อัตราตายต่ำกว่ามาก แต่ก็เริ่มมีรายงานการดื้อยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่แล้ว” หมอกนิษฐ์วิเคราะห์ให้เขาฟังอีกครั้ง

อารยะนั่งนิ่ง หมอกนิษฐ์ให้เหตุผลชัดเจนดีมากทั้งผลดีผลเสีย

“เราจะเลือกให้มีอัตราตายจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่แบบประเทศเม็กซิโก หรือแบบประเทศสหรัฐ ขึ้นอยู่กับมาตรการต่าง ๆ ที่เลือกใช้” หมอกนิษฐ์สรุปในที่สุด

อารยะพยักหน้าเห็นด้วย

เมื่อตอนที่เขาทานอาหารกลางวันกับกุลสตรี เขาไม่รู้มาก่อนว่าเธอจะขอให้เขาช่วยเรื่องอะไร เขาจึงไม่ได้เตรียมข้อมูล รวมทั้งไม่ได้วิเคราะห์เรื่องนี้อย่างเป็นระบบ พอเข้าประชุมก็มีแต่ผู้เชี่ยวชาญเสนอข้อมูลต่างๆ หักล้างกัน ทำให้เขาได้แต่รับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย แต่เป็นข้อมูลด้านเดียวในมุมมองของแต่ละฝ่ายทั้งสิ้น

แต่เมื่อเขาฟังหมอกนิษฐ์วิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมา ไม่มีอคติ ในฐานะของแพทย์ผู้ปฏิบัติงานซึ่งต้องเผชิญกับปัญหาโดยตรง และให้ความเห็น ทำให้เขามองเห็นเหตุและผลอย่างชัดเจน

แน่นอน ชีวิตของคนไข้ย่อมต้องมาก่อน

แล้วการประชุมเมื่อบ่ายที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น

อารยะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด กลุ่มที่เสนอมาตรการผ่อนปรน อาจเป็นไปเพราะแรงล๊อบบี้จากบริษัทยา แต่กลุ่มที่เสนอมาตรการเข้มงวด มองไม่เห็นเหตุผลนี้หรือ

หรือว่ามีเป้าหมายอื่นแอบแฝงอยู่อีก

ยิ่งคิดเขายิ่งไม่เข้าใจ

ถ้าเช่นนั้น ข้อมูลเรื่ององค์การ World Protect ที่กุลสตรีเล่าให้เขาฟังล่ะ อาจเป็นเพียงส่วนเสริมให้เขาเชื่อเท่านั้นเองได้หรือไม่
แล้วจะอธิบายสิ่งที่เขาพบเห็นมาเมื่อเย็นได้อย่างไร พราวขวัญกับผู้จัดการบริษัทยาต้านไวรัสคนนั้น ที่ขณะนี้กำลังทานอาหารเย็นด้วยกันในร้านอาหารนั้น

ขณะที่เขาต้องมานั่งทานบะหมี่ซองกับหมอกนิษฐ์

เขาจะหาข้อมูลที่เป็นจริงได้อย่างไร

แล้วอารยะก็นึกวิธีแก้ปัญหาขึ้นมาได้

“ผมเห็นด้วยทุกอย่าง” อารยะสรุปในที่สุด

“ถ้ามีโอกาสผมจะพยายามผลักดันให้ใช้มาตรการผ่อนปรนเรื่องยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่” เขาพูดต่อไป ขณะที่หมอกนิษฐ์ผงกศีรษะเห็นด้วย

“ผมจะต้องกลับไปก่อน ถ้ายังไงมีความคืบหน้าก็โทรคุยกันนะครับ” อารยะลุกขึ้นยืน

“ขับรถดี ๆ นะครับ” หมอกนิษฐ์ยิ้มให้เขา

“ครับ”

อารยะออกจากบ้านหมอกนิษฐ์ เขานึกถึงร้านอาหารที่พราวขวัญและชายหนุ่มต่างชาติคนนั้นทานข้าวอยู่ด้วยกัน เขาจะรู้ข้อมูลที่แท้จริงได้อย่างถ้าไม่ถามพราวขวัญตรง ๆ

เขาขับรถออกไป หวังว่าพราวขวัญยังคงทานอาหารอยู่ที่ร้านเดิม เขาเหลือบมองดูนาฬิกาเกือบสองทุ่มแล้ว หากเธอกลับไปแล้ว คำถามและความสงสัยก็ยังคงค้างคาอยู่ในใจเขาไปทั้งคืน กว่าจะพบกับเธออีกครั้งก็เป็นวันพรุ่งนี้ แต่ถ้าเขารีบไป แล้วไปทัน ก็จะได้คลี่คลายข้อสงสัยให้หมดไป
อารยะเร่งเครื่องยนต์

รถมอเตอร์ไซด์ที่วิ่งอยู่ข้างหน้า ดูคุ้นตา บอกไม่ถูก แต่เขาไม่สนใจ ด้วยความรีบร้อนที่อยากไปจะพบเธอ

อารยะเหยียบคันเร่งขับแซงรถคันนั้นขึ้นไป เขามองดูกระจกหลัง เห็นคนขับชายสวมหมวก และแว่นตาที่เขารู้สึกเหมือนเคยเห็นมาก่อน
แล้วเขาก็นึกขึ้นได้

มันคือรถมอเตอร์ไซด์ที่มากับรถปิคอัพวันนั้น วันที่รถยนต์ของเขาถูกติดตาม และถูกระเบิดทำลายทิ้งไปในที่สุด

อารยะใจหายวาบ กวาดสายตามองหารถปิคอัพคันนั้น มันกำลังติดตามใครอีกหรือไม่ จะมีใครถูกทำร้าย เช่นเดียวกับที่รถยนต์ของเขาถูกระเบิดหรือไม่

เขามองไม่เห็นรถปิคอัพคันนั้น หรือว่ารถคันนั้นซุ่มซ่อนอยู่

แต่รถมอเตอร์ไซด์คันนั้นขับรถมาในทิศทางเดียวกันกับเขา

อารยะใจเต้นระรัว เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่า เป้าหมายของมันขณะนี้อาจเป็นเป้าหมายเดียวกันกับเป้าหมายของเขา

พราวขวัญ

มันกำลังติดตามพราวขวัญอีกหรือไม่ และวางแผนทำร้ายเธอหรือไม่

ถ้าเช่นนั้นรถปิคอัพคันนั้นอาจดักรออยู่ที่ร้านอาหารแห่งนั้น

และถ้าพราวขวัญเป็นเป้าหมายของการถูกทำร้าย ก็น่าจะแสดงว่า เธอไม่ใช่พวกเดียวกันกับคนกลุ่มนี้ คนที่ทำการทดลองอันตรายถึงขนาดเอาชีวิตคนมาสังเวย แม้จะเป็นแรงงานต่างด้าวก็ตาม

เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ซึมออกมาบริเวณหน้าผาก

เขาจะช่วยปกป้องเธอได้อย่างไร

สมองที่ตอนนี้มีน้ำตาลไปหล่อเลี้ยงพอสมควรแล้ว จากการที่ได้ทานอาหารเย็นกับหมอกนิษฐ์ แม้ว่าจะเป็นเพียงบะหมี่ซองก็ตาม เริ่มทำงานเร็วจี๋
ป้ายร้านอาหารอยู่ที่ด้านหน้าห่างไปไม่เกินห้าสิบเมตร

อารยะตัดสินใจเปิดไฟเลี้ยวแล้วชะลอความเร็วลง เขาจอดรถไว้ที่ข้างถนนก่อนถึงหน้าร้านอาหาร สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่กระจกมองหลัง มองตามรถมอเตอร์ไซด์คันนั้น

รถมอเตอร์ไซด์คันนั้นขับเลยรถของเขาไป เปิดไฟเลี้ยว ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าไปในร้านอาหารที่พราวขวัญและชาวต่างชาติคนนั้นกำลังทานอาหารเย็นด้วยกันอยู่

เป้าหมายของมันอยู่ที่พราวขวัญจริงๆ

เขาจะช่วยเธอได้ยังไงดี เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ซึมซาบออกมา

ประสบการณ์จากครั้งที่แล้วบอกเขาว่า มันพร้อมจะทำลายเป้าหมายโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ

โทรศัพท์ มือเร็วเท่าความคิด เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์ของพราวขวัญทันที

“หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”

หัวใจของเขาเต้นราวกับจะหลุดออกมาจากขั้ว จะทำยังไงดี

---------------------------------
จบตอน 26

แก้ไขโดย khun_j เมื่อ 28-01-2010 21:32
 
ส่งข้อความส่วนตัว
chakansi
#2 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 28-01-2010 22:16
Moderator


ข้อความ: 269
เข้าร่วม: 01.04.09

คำถามค่ะ
1.สองหมอหนุ่มจะปิ๊งกันไหมคะ อิอิ เพราะอยู่ในห้วงอารมณ์เดียวกัน (แอบแซวค่ะ)
2.อารยะจะยอมยืดอกรับลูกปืนแทนพราวขวัญไหมคะ (เหมือนหนังแอ็คชั่น)
3.ถ้าสมองขาดน้ำตาลทำให้ความคิดเชื่องช้าลงไป แล้วถ้าได้น้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้ดุขึ้นไหมคะ (ถามเพื่อเพิ่มความรู้ค่ะ)^^
 
ส่งข้อความส่วนตัว
ไปยังฟอรั่ม:
แสดงผลในเวลา: 0.27 วินาที
967,462 ผู้เยี่ยมชม