FWM


FWM

หนังสือของ วาริส

MMM


MMM

กระทู้ฟอรั่ม

IT Weekly

TOP 10 Post Forum

หนังสือของ ฟีลิปดา

ImagesShack

ฝากรูปไว้กับเว็บ
ImageShack®



(ขณะอัพโหลด กรุณารอสักครู่)

หนังสือแนะนำ


อ้อมกอดซาตาน
baiboau

เข้าสู่ระบบ

ชื่อ

รหัสผ่าน



ไม่ได้เป็นสมาชิก?
คลิกที่นี่ เพื่อลงทะเบียน.

ลืมรหัสผ่าน?
ขอรหัสผ่าน ที่นี่.

ผู้กำลังออนไลน์

· บุคคลทั่วไปออนไลน์: 3

· สมาชิกออนไลน์: 0

· สมาชิกทั้งหมด: 1,123
· สมาชิกใหม่: naughty015

ฉบับพิเศษ

สมาชิกออนไลน์ล่าสุด

naughty01514:54:40
admin 1 day
som 2 weeks
dongsug 2 weeks
bhpong 4 weeks
pong650 4 weeks
lertritt 5 weeks
iamiris 5 weeks
num dorsakun 8 weeks
tontake 8 weeks
jaap007 9 weeks
chakansi10 weeks
weraya10 weeks
BigBear13 weeks
aerian13 weeks

เว็บไซต์พันธมิตร 120x60


แลกลิงค์แบนเนอร์ ติดต่อได้ที่
editor_FWM@hotmail.com


ร้านด้ายทอง การ์ด&ของชำร่วย
081-687-3591


writer-club.net
เว็บไซต์สำหรับนักเขียน


www.dr-pop.com
เว็บไซต์ Dr. POP


hookratai.in.th
สำนักพิมพ์หูกระต่าย

บทความล่าสุด

หนังสือของ อาริตา

ฝากข้อความ

คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อฝากข้อความ.

28/01/2010 17:04
หวัดมรณะ ตอนที่ 26 สถานการณ์สับสน โพสแล้วจ้า Wink

18/01/2010 21:04
หวัดมรณะตอนที่ 25 ความว่างเปล่าทั้งต
ัวและหัวใจ โพสแล้วจ้า Wink

03/01/2010 19:48
หวัดมรณะ ตอน 24 ใครเจ็บปวดใจ ใครได้ ใครเสีย โพสแล้วจ้า Wink

27/12/2009 21:39
หวัดมรณะ ตอนที่ 23 เกมผลประโยชน์ โพสแล้วจ้า Grin

20/12/2009 18:05
หวัดมรณะ ตอนที่ 22 ผลสรุป ที่ไม่คาดคิด กับความเจ็บปวด ที่ถูกทรยศ โพสแล้วจ้า Wink

13/12/2009 21:06
หวัดมรณะตอนที่ 21 กุญแจไขปริศนา ที่แสนเย้ายวน โพสแล้วจ้า Grin

07/12/2009 18:16
หวัดมรณะ ตอน 20 สมมติฐานโหด กลางสังคมละโมภ โพสแล้วจ้า Wink

29/11/2009 13:15
หวัดมรณะ ตอนที่ 19 ปริศนา เริ่มคลี่คลาย แต่หัวใจยิ่งเจ็บปว
ด โพสแล้วจ้า Shock

22/11/2009 22:46
หวัดมรณะ ตอนที่ 18 ความระทึกใจ ในโรงแรมม่านรูด โพสแล้วจ้า ขอโทษที หายไปสองสัปดาห์ Wink

17/11/2009 20:35
คุณเจหายไปนานแล้วค
่ะ ฉะฯจำได้นะคะว่าหาย
ไปตั้งแต่วันไหน อิอิ รออ่านอยู่ค่ะ ^^

Popular Downloads

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์

สำหรับ สนพ. หรือนักเขียนที่ต้องการประชาสัมพันธ์ผลงานหนังสือ
สามารถส่งหนังสือ ประวัติย่อ ข้อมูลต่างๆ ...มาได้ที่

FreeMag 20/408 ม.11 หมู่บ้านอิ่มอัมพร2
ซ.วัดกำแพง บางเชือกหนัง ตลิ่งชัน กทม 10170


หรือที่ Editor_freemag@yahoo.com
คุณหนึ่ง 084-4214-009 , 081-400-7146

ดูกระทู้

 พิมพ์กระทู้
หวัดมรณะ 25
khun_j
#1 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 18-01-2010 21:02
Moderator


ข้อความ: 135
เข้าร่วม: 10.11.08

คำนำ
ขอบคุณ คุณ kunlakha และคุณ chakansi มากที่โพสตอบ ขอบคุณคนอ่านทุกท่านจ้า
ขอโทษที่ตอนนี้โพสช้า งานยุ่งหนักหนาสาหัสมาก ซมซานเอาชีวิตแทบไม่รอด อิอิ ตอนนี้เลยแถมยาวเป็นพิเศษ

---------------------------

ตอนที่ 25 ความว่างเปล่าทั้งตัวและหัวใจ


อารยะกวาดสายตาไปรอบห้อง ประมาณครึ่งหนึ่งยกมือขึ้น ในจำนวนนี้มีหมอวิชาญที่นั่งระหว่างหมอวีระณัฐและหมอดารณี และผู้อำนวยการของเขาด้วย

แน่นอนหมอวันชัยและเพื่อนของเขาไม่รวมอยู่ในจำนวนนั้น

เขาพยายามนับจำนวนคนที่เห็นด้วยกับมาตรการเข้มงวด และเห็นชอบที่จะให้มีการเก็บยาไว้ที่ส่วนกลาง แจกจ่ายยาให้ผู้ป่วยตามข้อบ่งชี้ แต่ยังไม่ทันนับเสร็จ

“ใครเห็นด้วยกับมาตรการเปิดกว้างให้ทุกโรงพยาบาลสามารถสั่งซื้อยาต้านไวรัสได้เองแบบในญี่ปุ่น และจ่ายยาให้คนไข้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ได้ตามความเห็นของแพทย์ โปรดยกมือขึ้น” ประธานที่ประชุมถามต่อไป

เขาสังเกตเห็นหมอวันชัยและเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ยกมือขึ้น อารยะมองไปรอบ ๆ ห้องผู้เข้าร่วมประชุมประมาณเกือบครึ่งหนึ่งยกมือขึ้นเช่นกัน
น้อยกว่า พวกที่ยกมือเห็นด้วยกับมาตรการเข้มงวดเรื่องยา

อารยะถอนใจยาว

ในที่สุดก็สามารถป้องกันการหาประโยชน์ได้สำเร็จ เขาพยายามบอกกับตัวเอง

แต่อารยะกลับเกิดความรู้สึกไม่แน่ใจขึ้นมา น้อยครั้งที่เขาจะตัดสินใจโดยไม่มีข้อมูลสนับสนุนอย่างเพียงพอ แต่ครั้งนี้เขาไม่มีโอกาสเตรียมตัวล่วงหน้าแม้แต่น้อย

อันที่จริงเหตุผลทั้งสองด้านต่างก็มีหลักการทั้งสอง ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมตัดสินใจได้ยาก ถ้าเขาไม่ได้รับรู้ข้อมูลการทดลองลึกลับนั้นมาก่อน รวมทั้งไม่ได้ฟังเรื่องราวจากกุลสตรี เขาก็คงยังตัดสินใจไม่ได้เช่นเดียวกัน

อารยะสังเกตเห็นหมอวันชัยและเพื่อนนั่งสั่นศีรษะช้า ๆ เหมือนไม่เห็นด้วยกับมติส่วนใหญ่ในที่ประชุม ขณะที่หมอวิชาญไม่แสดงอาการแต่อย่างใด แต่หมอวีระณัฐกลั้นยิ้มไม่อยู่ สายตาเป็นประกาย ส่วนหมอดารณีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ทำสีหน้าเรียบเฉย ทำให้เขาไม่สามารถบอกความรู้สึกของเธอได้ในยามนี้

เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า หมอดารณี นั่งขนาบข้างหมอวิชาญ และอีกข้างหนึ่งเป็นหมอวีระณัฐ

ราวกับทั้งคู่ยังมีความสัมพันธ์กันอยู่

เมื่อครู่ขณะที่บรรยากาศของที่ประชุมยังไม่ได้ตัดสินใจ เขามัวแต่สนใจว่าจะตัดสินใจอย่างไร

แต่หลังจากตัดสินใจไปแล้ว เขาจึงเริ่มสังเกตเห็นดารณีกับวีระณัฐ ความรู้สึกเจ็บปวดจากแผลเก่าในหัวใจที่คิดว่า หายไปนานแล้ว กลับรู้สึกเจ็บหนึบขึ้นมาอีกจนได้ น่าแปลกใจเสียจริง

คำถามที่เคยค้างคาใจเริ่มวิ่งวนเวียนเข้ามาอยู่ในความรู้สึก ดารณีเลิกกับเขาทำไม

วีระณัฐมีอะไรดีกว่าหรือ แล้วทำไมทั้งสองจึงไม่แต่งงานกัน ทำไมวีระณัฐจึงพยายามสร้างความสัมพันธ์ไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็น กุลสตรี หรือแม้แต่อภิรดี พยาบาลสาวสวยจากตึกอายุรกรรมที่ช่วยเขาทำวิจัยเรื่องโรคหัวใจขาดเลือด

ดารณีพยายามติดต่อกับเขาอีกทำไม แล้ววันนี้ เขากลับเห็นภาพดารณีกับวีระณัฐนั่งขนาบข้างหมอวิชาญ ราวกับเป็นทีมเดียวกัน

แม้กระทั่งการประชุมครั้งที่แล้ว อารยะนึกขึ้นได้ เขาจำได้ว่า หมอวีระณัฐและ หมอดารณีอยู่ในห้องประชุมในการวางมาตรการรองรับไข้หวัดใหญ่ครั้งที่แล้วเช่นเดียวกัน หรือทั้งสองคนกลับมาคบหากันอีก ดารณีต้องการให้เขาช่วยเหลืออะไรเกี่ยวกับหมอวีระณัฐหรืออย่างไร หรือเธอต้องการรู้พฤติกรรมของหมอวีระณัฐในโรงพยาบาล ก่อนจะตัดสินใจกลับไปคืนดีกัน ถ้าอย่างนั้นเขาควรจะช่วยเหลือเธอหรือไม่ ความปั่นป่วนวุ่นวายในความคิด ทำให้เขาไม่ได้ยินว่าที่ประชุมมีการสรุปกันอย่างไร

อารยะมัวคิดสับสนจนกระทั่ง

“ขอบคุณมากนะครับ คุณหมอ ที่มาประชุมด้วยกัน” เสียงผู้อำนวยการของเขาดังขึ้น ทำให้เขาตื่นจากความคิดที่กำลังปั่นป่วนวุ่นวาย ประธานสรุปเสร็จเรียบร้อยและปิดการประชุมแล้ว

“เรากลับกันเถอะ” ผู้อำนวยการของเขาลุกขึ้นยืน

ผู้เข้าร่วมประชุมกำลังลุกขึ้น เสียงพึมพำวิพากษ์วิจารณ์มาตรการดังไปทั่ว โดยเฉพาะหมอวันชัยและเพื่อนของเขา มีกลุ่มผู้เข้าร่วมประชุมอีกหลายคนเข้าไปล้อมรอบจับกลุ่มคุยกัน

อารยะลุกขึ้นเดินตามผู้อำนวยการของเขาที่เดินออกนอกห้องประชุม ถ้าทำได้เขาอยากหลีกเลี่ยงหมอดารณีและหมอวีระณัฐเพราะไม่อยากพบหน้า หรือพูดคุยกับดารณีในตอนนี้ ยามที่ความคิดวุ่นวายสับสน เขาไม่แน่ใจว่า จะควบคุมอารมณ์ไว้ไม่ให้หลุดปากประชดประชัน หรือพูดจาไม่ดีกับเธอออกไปได้หรือไม่

เสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น อารยะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เบอร์ของผู้กองโก้ เพื่อนของเขาที่เป็นตำรวจ อารยะรีบกดรับสายโดยเร็ว

“มีอะไรวะ” เขากรอกเสียงลงไป

“เรื่องน่าสนใจว่ะ ตอนนี้กูมาอยู่ที่โรงแรม ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนเรื่องไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ รถคันที่มึงส่งรูปมาให้ดู โผล่เข้ามาในโรงแรมด้วยว่ะ” เสียงเพื่อนตำรวจของเขาดังมาตามสาย

รถคันที่เขาส่งรูปไปให้ผู้กองโก้ดู เขาย้อนนึกถึงเมื่อเช้า

รูปที่เขาส่งไปคือรถปิคอัพที่ติดตามเขาพร้อมกับรถจักรยานยนต์ในคืนนั้นที่เขาแอบถ่ายรูปไว้ได้ ขณะที่รถคันนั้นแล่นผ่าน ซากรถของเขาที่ถูกระเบิด กำลังมีไฟลุกไหม้ในคืนที่เขาและพราวขวัญเกือบโดนระเบิดเสียชีวิตในรถยนต์ของเขาเอง เคราะห์ยังดีที่พราวขวัญเตือนเขา ทำให้เขาตัดสินใจว่าจ้างพนักงานของโรงแรมม่านรูดนั้น ขับรถออกไปแทน โดยไม่คิดเลยว่า ทั้งคู่จะต้องมารับเคราะห์แทนเขาและพราวขวัญ

อารยะใจเต้นแรง เขานึกถึงรถปิคอัพที่เคยไล่ล่ารถของเขาคันนั้น ถ้าเพื่อนของเขาจับพวกนี้ได้ เขาก็จะได้รู้ข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องสาเหตุที่ติดตามเขาและพราวขวัญ และอาจรู้เรื่องไปถึงการทดลองลึกลับนั้นว่าเกี่ยวข้องกับการติดตามหรือไม่

“จับตัวได้ไหม” เขารีบถาม

“ยังว่ะ พอเห็นตำรวจกั้นตรวจสอบ มันก็หักเลี้ยวหลบวนออกไป แต่กูถ่ายรูปคนขับและคนนั่งข้าง ๆ ไว้ได้ สงสัยต้องรีบค้นแล้วว่าใครเป็นเจ้าของกันแน่ แล้วกูจะส่งรูปไปให้ทางเมล์ ถ้ามึงรู้จักก็บอกมาด้วย” ผู้กองโก้บอกเขา อารยะถอนใจ นึกเสียดายโอกาส เขาคิดย้อนหลังไปถึงคนขับรถปิคอัพ และคนนั่งข้าง ๆ ใส่หมวกและสวมแว่นตาดำ

“ใส่หมวกสวมแว่นดำหรือเปล่าวะ” เขาถาม

“ไม่มีว่ะ เห็นหน้าชัดเจน เดี๋ยวจะส่งไปให้ดู แค่นี้ก่อนนะ มีเรื่องด่วนแล้ว” เพื่อนของเขาวางสายไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่รอคำตอบ

อารยะเก็บโทรศัพท์มือถือ

รถปิคอัพคันนั้นเข้าไปในที่ประชุมเรื่องไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ แสดงว่าน่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน ถ้าเช่นนั้น การติดตามเขาและพราวขวัญก็น่าจะต้องเกี่ยวพันกับเรื่องไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่

ใครกันนะที่ติดตามเขา มันเกี่ยวข้องกับการทดลองลึกลับนั้นหรือไม่ การทดลองนั้นอาจจะเป็นการเชื่อมต่อระหว่าง กลุ่มคนกลุ่มนี้ และการระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ได้หรือไม่

เสียงผู้อำนวยการของเขาโทรตามรถตู้ของโรงพยาบาลให้มารับกลับไป อารยะเดินตามผู้อำนวยการของเขามาถึงถนนหน้าห้องประชุม เขามองไปรอบ ๆ ผู้เข้าร่วมประชุมยังจับกลุ่มคุยกันอยู่เป็นกลุ่มย่อย ๆ

หมอวิชาญและหมอคนอื่น ๆ ยืนรวมกลุ่มซุบซิบกันอยู่อีกหกเจ็ดคน ความรู้สึกเจ็บปวดตื้อขึ้นวูบหนึ่งเมื่อเขาสังเกตเห็น หมอวีระณัฐและหมอดารณี ยืนอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย แม้จะไม่ได้ยืนชิดกันก็ตาม

ดารณีหันมองมาทางเขา เขาสบตากับเธอโดยไม่ตั้งใจ รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยไมตรีจิตที่ครั้งหนึ่งเคยผูกใจของเขาไว้อย่างแนบแน่นปรากฎขึ้น

อารยะใจเต้นแรง เขาไม่แน่ใจว่าควรจะทำอย่างไรดี เขาฝืนใจยิ้มตอบเธอ พร้อมกับพยักหน้าให้เป็นการทักทาย ก่อนจะหลบสายตาของเธอมองไปยังจุดอื่น

ผู้หญิงสวยทุกกระเบียดคนนั้น ยืนอยู่ในกลุ่มนั้น โดยมีหมอวีระณัฐบังอยู่ เขาเกือบจะไม่ทันสังเกตเธอ หากไม่ใช่เพราะชุดสูททำงานสีเข้มตัดกับผิวเนื้อขาวสวยของเธอจนเด่นชัด ทำให้เขานึกขึ้นได้ว่า ผู้หญิงคนนี้เพิ่งทานข้าวกลางวันกับเขาก่อนประชุมนี้เอง

กุลสตรี

อารยะบอกกับตัวเอง

เขาหันไปมองอีกกลุ่มที่หมอวันชัยกับเพื่อนของเขา มีหมออีกสี่ห้าคนจับกลุ่มยืนคุยด้วยเช่นกัน ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย

นุชดีเทลยาคนนั้นเอง

การประชุมที่เพิ่งจบไป เป็นการปะทะระหว่างสองแนวคิดที่เห็นต่างกัน หรือว่าแท้ที่จริงแล้วเป็นการปะทะของสองกลุ่มผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน กันแน่ อารยะอดสงสัยไม่ได้

รถตู้ของโรงพยาบาลมาถึงแล้ว เขาเปิดประตูรถตู้ให้ผู้อำนวยการของเขาขึ้นไป แล้วก็หันกลับไปมองยังกลุ่มผู้เข้าร่วมประชุมที่ยังคุยกันอยู่ ดารณียังคงมองตามเขาอยู่ อารยะหันไปเห็นกุลสตรีก็กำลังมองมาที่เขาเช่นกัน เธอยิ้มให้เขาเมื่อสบตากัน

เขามองเลยไปถึงกลุ่มหมอวันชัย เขาสังเกตเห็นชายชาวต่างชาติคนหนึ่งผิวขาวผมสีทองหน้าตาดีในชุดสูทสีดำ ผูกไทสีฟ้า เรียบร้อย ยืนอยู่ข้าง ๆ นุชดีเทลยาคนนั้น คงจะเป็นผู้จัดการบริษัทยา การประชุมนี้คงจะมีความสำคัญมาก เพราะมันจะนำไปสู่กำไรมหาศาลของบริษัท จนต้องให้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทลงมาล๊อบบี้เอง เขานึกในใจ

อารยะหันกลับขึ้นไปบนรถตู้แล้วปิดประตู ก่อนที่รถตู้คันนั้นจะเคลื่อนตัวออกมาจากที่นั่น

เขานั่งนิ่งจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ความรู้สึกค้างคา ด้วยปัญหาหลายอย่างที่ยังไม่มีคำตอบ

รถปิคอัพคันนั้นไปปรากฎในที่ประชุมอาเซียนเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพื่ออะไร

นุชดีเทลยาและกลุ่มหมอวันชัยพยายามผลักดันมาตรการใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่อย่างกว้างขวางอย่างเปิดเผย ซึ่งหากสามารถผลักดันประสบความสำเร็จ การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ย่อมทำกำไรให้แก่บริษัทยาอย่างมาก แรงจูงใจของคนกลุ่มนี้มีอยู่ชัดเจน

แล้วอีกกลุ่มหนึ่งเล่า

กุลสตรีและกลุ่มหมอวิชาญซึ่งรวมทั้งหมอวีระณัฐและดารณี เป็นกลุ่มที่เสนอมาตรการจำกัดการใช้ยาต้านไวรัส ปรากฎชัดเจนว่ากลุ่มนี้พยายามขัดผลประโยชน์ของบริษัทยาต้านไวรัสที่นุชดีเทลยาทำงานอยู่ การที่กุลสตรีพยายามขัดผลประโยชน์ของบริษัทยาอื่น อาจอธิบายได้ว่าเพื่อสกัดกั้นการเติบโตของบริษัทยาคู่แข่ง แต่เธอสามารถจูงใจหมอวิชาญและกลุ่มให้สนับสนุนมาตรการจำกัดนั้น เป็นไปเพื่อป้องกันการใช้ยาพร่ำเพรื่อและป้องกันการแสวงหาประโยชน์ของบริษัทยาต้านไวรัสเพียงอย่างเดียวอย่างนั้นหรือ

อารยะอยากจะเชื่ออย่างนั้น ถ้าเพียงแต่เขาจะไม่เห็นวีระณัฐอยู่ในกลุ่มนี้

เขารู้จักหมอวีระณัฐมาตั้งแต่เป็นนักเรียนแพทย์ เขาไม่เคยเห็นวีระณัฐทำอะไรด้วยอุดมการณ์มาก่อน ทุกอย่างที่หมอวีระณัฐทำล้วนแล้วแต่มีประโยชน์อะไรบางอย่างที่แอบแฝงอยู่ และที่สำคัญเขาไม่เคยเห็นหมอวีระณัฐเล่นเกมตามกติกา

ไม่ว่าจะเป็นการเรียน หรือความรักก็ตาม

หรือวีระณัฐคาดหวังอะไรจากกุลสตรี จึงเข้ามาร่วมกับกลุ่มนี้ เขาอดนึกถึงความงดงามของเธอและพฤติกรรมของหมอวีระณัฐไม่ได้

แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่า กุลสตรีก็พยายามล๊อบบี้เขาเช่นกัน เธอพยายามจูงใจเขาให้มีความเห็นสนับสนุนมาตรการจำกัด โดยการให้ข้อมูลต่าง ๆ นา ๆ แก่เขาเพื่อจูงใจ

เพราะอะไรกัน เมื่อเขาก็ไม่ได้เป็นกรรมการอยู่ในคณะทำงานชุดนี้ หรือเธอทราบดีว่าผู้อำนวยการของเขาจะต้องขอความเห็นจากเขา

ถ้าเช่นนั้น เธอก็มีแรงจูงใจอย่างแรงกล้าที่จะขัดผลประโยชน์ของบริษัทยาต้านไวรัส

การประชุมที่ผ่านมาสอนเขาว่า ทั้งสองกลุ่มมุ่งเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสรุปให้ได้มาตรการที่ตนเองต้องการเท่านั้น

ข้อมูลที่เป็นผลลบ ทั้งสองฝ่ายต่างเก็บซ่อนเอาไว้ ไม่พยายามเสนอ แต่กลับกลายเป็นว่าฝ่ายตรงข้ามก็ใช้กลยุทธแบบเดียวกัน

ถ้าเช่นนั้นข้อมูลที่กุลสตรีเล่าให้เขาฟังล่ะ

โดยเฉพาะเรื่องการมีผลประโยชน์ร่วมกันกับหน่วยงานอื่น ๆ กับบริษัทยาต้านไวรัส จะเป็นข้อมูลด้านเดียวด้วยหรือเปล่า ยิ่งเรื่องราวขององค์การเวิร์ลด์โปรเทค เป็นไปได้ไหมว่าเป็นข้อมูลด้านเดียว ยิ่งคิดยิ่งใจเต้นแรง ถ้าเช่นนั้นเรื่องขององค์กรนี้อาจไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเข้าใจ อารยะอดนึกถึงสาวสวยที่มีลักษณะตรงข้ามกับกุลสตรีทุกประการขึ้นมาไม่ได้

พราวขวัญ

แม้ว่าจะรู้จักกันไม่นาน แต่เมื่อเขาและพราวขวัญผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงมาด้วยกันหลายครั้ง ความใกล้ชิดความผูกพัน และสิ่งต่างๆ หลายอย่างประกอบกัน ทำให้เขารู้จักเธอดีพอสมควร คนอย่างเธอจะไปทำร้ายใครได้ อย่าว่าแต่การทดลองที่เกิดอันตรายกับแรงงานต่างชาติที่เธอดูแลอยู่ ไม่น่าจะเป็นไปอย่างที่เขาหลงเข้าใจมาตั้งแต่เช้าเลย

เขาน่าจะหาข้อมูลจากเธอได้โดยตรง

รถตู้จอดที่หน้าตึกอำนวยการในโรงพยาบาล อารยะเปิดประตูรถ แล้วลงไปยืนข้างล่าง

“ขอบคุณมากนะครับ หมอ” ผู้อำนวยการของเขายิ้มให้ ก่อนจะเดินขึ้นไปบนตึก

“ครับผม” เขาตอบรับ ย้อนนึกถึงพราวขวัญอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกร้อนใจ

รอถึงพรุ่งนี้ที่นัดไว้ก็คงไม่ไหว โทรหาเธอเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า

เขาตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดหาพราวขวัญ

สัญญาณโทรศัพท์บอกเขาว่า โทรศัพท์ของเธอไม่สามารถโทรติดต่อได้ในขณะนี้

อารยะเดินขึ้นไปที่ห้องของเขา แล้วนึกถึงผู้กองโก้เพื่อนของเขาที่ว่าจะส่งเมล์แนบรูปภาพมาให้ เขารีบเปิดเน็ตบุ๊คตัวเก่ง สัญญาณเตือนว่ามีเมล์ใหม่เข้ามา จากเพื่อนของเขานั่นเอง

อารยะใจเต้นแรง รีบเปิดเข้าเวบเมล์ของเขาอย่างรวดเร็ว ภาพขนาดเล็กที่มองเห็นบอกเขาว่า รถที่เพื่อนเขาส่งภาพมาให้ดูนั้น น่าจะใช่รถปิคอัพคันนั้นจริงๆ แต่ภาพคนที่อยู่ในรถมองผ่านกระจกหน้ารถนั้น เล็กจนเขาบอกไม่ได้ว่ารู้จักหรือไม่ แต่บอกได้ว่าคนขับรถสวมแว่นดำกันแดด อีกคนหนึ่งที่นั่งข้าง ๆ ไม่ได้สวมแว่น

เขาเหลือบมองขนาดของภาพ 3 เมกะไบต์

เยี่ยมไปเลย ภาพนี้ต้องมีขนาดเกินกว่า 4 ล้านพิกเซล เปิดดูแล้วคงพอเห็นหน้าคนที่อยู่ในรถ
เขาดาวน์โหลดรูปที่แนบแฟ้มขนาด 3 เมกะไบต์ที่ผู้กองโก้ส่งมาให้จนเสร็จ

อารยะเปิดภาพที่ดาวน์โหลดมาได้

รถปิคอัพคันนั้นเลขทะเบียนตรงกับรถที่เขาบันทึกภาพไว้ ใช่รถคันนั้นจริงๆ แล้วเขาก็เพ่งมองหน้าผู้ชายคนขับรถปิคอัพที่สวมแว่นดำ เขาไม่รู้จัก
ชายที่นั่งข้าง ๆ คนขับในรถปิคอัพคันนั้น คือชายกลางคนร่างอ้วนที่ไปห้องฉุกเฉินด้วยอาการเจ็บหน้าอกถึงสองครั้งคนนั้นเอง

ใช่จริงๆ คนพวกนี้เอง พวกที่แอบอ้างว่าป่วยเพื่อเข้าไปสังเกตอาการแรงงานต่างด้าวสามคนนั้น และตอนนี้มันพยายามจะเข้าไปในที่ประชุมอาเซียนเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่

ถ้าเช่นนั้นการทดลองลึกลับนั้นก็เกี่ยวพันกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชัดเจน และการที่รถของเขาถูกระเบิด ก็ต้องเป็นเพราะเขาเข้าไปสืบสวนโรคของแรงงานเหล่านี้

อารยะใจสั่นสะท้าน

การทดลองลึกลับที่เกี่ยวพันกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ ส่งผลให้มีการเจ็บป่วยถึงตาย มันน่าจะขัดต่อกฎหมายอย่างร้ายแรง
แล้วพราวขวัญเกี่ยวข้องกับพวกเหล่านี้หรือไม่ ยิ่งรู้สึกร้อนใจ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วโทรหาเธอ สายยังคงติดต่อไม่ได้
ทำไมติดต่อไม่ได้เสียที เขายิ่งหงุดหงิด

อารยะเหลือบดูนาฬิกา บ่ายสามโมงครึ่งแล้ว

//////////////////////

“ขวัญ ๆ” เสียงเพื่อนของเธอร้องเรียกจากด้านหน้า พราวขวัญยังไม่วางมือจากการจัดเรียงเอกสารให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์ภาษาพม่า พร้อมกับลงบัญชี แต่เธอก็ร้องถามกลับไป

“มีอะไรเหรอ ป่าน พวกนั้นมาถึงแล้วหรือ”

“ยังไม่มา แต่มีเด็กป่วยมาสองคน เป็นอะไรไม่รู้พูดไม่รู้เรื่อง” ป่านตอบ

“เดี๋ยวออกไปนะ”

พราวขวัญวางสมุดลงบัญชี พร้อมกับแยกกองเอกสารที่นับเรียบร้อยแล้ว ออกจากเอกสารที่ยังไม่ได้นับ ก่อนจะลุกขึ้นยืน เธอบิดตัวไปมาให้หายเมื่อย ก่อนจะเดินออกไป

“ไหน ๆ เป็นไงบ้าง”

เด็กน้อยร่างผอมในเสื้อผ้าเก่า ๆ มอมแมม น่าจะยังไม่ถึงหนึ่งขวบดี นอนร้องไห้อยู่ เสียงหายใจฟืดฟาด เหมือนมีน้ำมูก อีกคนเป็นเด็กผู้หญิงสักสองขวบหายใจเสียงดังสลับกับเสียงสูดน้ำมูก

พราวขวัญลังเลอยู่แวบหนึ่ง แล้วหยิบผ้าปิดปากจมูกมาสวม ก่อนจะเข้าไปถามคนพามาเป็นภาษาต่างชาติ

“เขาว่าไง” ป่านเพื่อนของเธอถาม เมื่อเสร็จสิ้นการซักถาม

“เด็กเริ่มป่วยหนักวันนี้เอง พ่อเด็กไม่อยู่ ไปทำงานเห็นบอกว่าเย็น ๆ ถึงจะกลับ แม่เด็กก็ไปทำงานเหมือนกัน คนนี้เขาช่วยเลี้ยง เลยไม่รู้ว่าเป็นยังไง เห็นมีไข้แล้วมีน้ำมูก หายใจเสียงดังก็เลยพามา” พราวขวัญตอบเพื่อนของเธอ

“เอาไงดีล่ะ” เพื่อนของเธอถามอีก

“พาไปส่งโรงพยาบาลก่อนก็แล้วกัน” พราวขวัญนึกถึงคนไข้แรงงานต่างด้าวสามคนแรก และสามคนหลังที่เธอพาไปโรงพยาบาล แล้วมีคนจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้

“ป่านเรียกน้าสงวนให้เอารถมารับที เดี๋ยวขวัญพาไปเอง ไปเอาเป้ด้านหลังก่อน”

เธอเดินย้อนกลับไปด้านหลัง หยิบเป้ของเธอขึ้นมาสะพาย แล้วเดินออกมา

“ถ้าพวกนั้นมา ป่านบอกเขาว่าให้รอก่อนนะ ขวัญพาคนไข้ไปโรงพยาบาลสักพักหนึ่ง เดี๋ยวจะรีบกลับมา”

“ตัวเองรีบมาเร็ว ๆ ด้วย ก็รู้อยู่ว่าเค้าไม่ชอบพูดภาษาปะกิต”

“จ้ะ รู้แล้ว ๆ” พราวขวัญรับคำด้วยเสียงหัวเราะ ก่อนจะคว้าถุงมือยาง สองคู่ ผ้าปิดปากจมูกอีกชุดหนึ่ง แล้วกระดาษทิชชู่ ม้วนหนึ่งติดตัวไป เผื่อไว้เช็ดน้ำมูกให้เจ้าหนูสองคนนั้น เธอใส่ข้าวของลงไปในเป้ที่สะพายอยู่ แล้วใส่ถุงมือยาง ก้มลงอุ้มเด็กหญิงคนนั้น ขณะที่คนพาเด็กมาส่งคนนั้นอุ้มเด็กน้อยตัวเล็กแล้วเธอก็เดินนำออกไปขึ้นรถปิคอัพอย่างรวดเร็ว

เธอไปถึงโรงพยาบาลเวลาบ่ายจัดแล้ว พราวขวัญพาคนไข้ไปที่ห้องฉุกเฉิน

หน้าห้องฉุกเฉินมีข้อความเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนว่าให้ปิดโทรศัพท์มือถือขณะอยู่ในห้องฉุกเฉิน พราวขวัญปิดโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะพาเด็กน้อยสองคนไปหาพยาบาลข้างในห้องฉุกเฉินซึ่งกำลังว่างเปล่า ไม่มีคนไข้ เธอมองหาหมอกนิษฐ์ แต่ไม่พบ

“พาไปห้องบัตรเลยนะคะ แล้วไปตรวจที่ห้องตรวจเด็กค่ะ มีหมอเด็กออกตรวจอยู่พอดี” พยาบาลห้องฉุกเฉินบอกเธอ

“คุณหมอกนิษฐ์ไม่อยู่หรือคะ” พราวขวัญถาม

“ขึ้นไปดูคนไข้บนตึกค่ะ คุณหมอจะตามไปดูคนไข้ที่ส่งจากห้องฉุกเฉินขึ้นไปว่าเป็นไงกันบ้างน่ะค่ะ”

“ขอบคุณมากนะคะ”

คนไข้เหลืออยู่ไม่มากนัก ทำให้ไม่ต้องรอนาน เด็กสองคนมีไข้ และน้ำมูก เธอพาคนไข้ไปที่ห้องบัตร แล้วทำบัตรตรวจโรคให้เด็กทั้งสองคน ก่อนจะพาไปหาหมอเด็กท่าทางใจดี พราวขวัญเป็นล่ามสื่อสารให้หมอและคนเลี้ยงเด็ก ก่อนที่หมอจะตรวจเด็กทั้งสองคน

“คงต้องนอนโรงพยาบาลก่อนนะคะ น่าจะเป็นปอดบวมทั้งคู่เลยค่ะ”

หมอวางหูฟังลง พร้อมกับหยิบแบบฟอร์มสั่งการรักษาขึ้นมาเขียน

พราวขวัญหันไปอธิบายให้คนเลี้ยงเด็กฟัง ก่อนที่จะพูดคุยกันอีกครู่ใหญ่ แล้วเธอก็หันมาคุยกับหมอคนนั้น

“คุณหมอคะ”

“ว่าไงคะ”

“คนนี้ไม่ใช่พ่อแม่เด็กนะคะ แต่พ่อแม่เด็กฝากเขาช่วยดู” พราวขวัญเล่าให้หมอฟัง

“ค่ะ แต่ยังไงก็คงจะต้องมีญาติอยู่กับเด็กด้วยนะคะ” ****ืนยัน

“เดี๋ยวจะลองบอกเขาดูค่ะ” พราวขวัญหันไปพูดกับคนเลี้ยงเด็กอีกครั้ง แต่คนเลี้ยงเด็กก็ยังสั่นหัวอยู่ พราวขวัญก็พยายามหว่านล้อมอยู่พักใหญ่ ในที่สุด คนเลี้ยงเด็กก็พยักหน้าอย่างไม่ค่อยเต็มใจ

“โอเคค่ะ เขาตกลงจะอยู่ระหว่างรอให้พ่อแม่เด็กมาเปลี่ยน” เธอหันไปบอกหมอด้วยความดีใจ

“เย็น ๆ พ่อแม่เด็กเสร็จงานแล้วจะพามาอีกครั้งนะคะ” พราวขวัญสรุป

“ไปก่อนนะคะ” พราวขวัญยกมือไหว้หมอคนนั้น ก่อนจะออกมาข้างนอก

เธอเหลือบมองนาฬิกาเป็นเวลาเกือบสี่โมงเย็นแล้ว

พราวขวัญรีบกลับไปขึ้นรถปิคอัพขององค์การ World Protect เพื่อกลับไปยังศูนย์ที่ทำงานของเธอ

“พวกนั้นมาหรือยังคะ ป่าน” พราวขวัญรีบถามเมื่อกลับไปถึง

“ยังเลย ขวัญ แต่โทรมาบอกว่าจะมาช้าหน่อย พอดีเขามีธุระก่อน” ป่านบอกเธอ

“ดีจ้ะ จะได้รีบทำบัญชีต่อให้เสร็จ” พราวขวัญนึกขึ้นมาได้ถึงพ่อแม่ของเด็กน้อยสองคนนั้น

“ป่านช่วยติดต่อคนรับผิดชอบหมู่ 7 ด้วยสิคะ ให้เขาแจ้งพ่อแม่เด็กที่ขวัญไปส่งโรงพยาบาลด้วยว่าลูกป่วยอยู่”

“ได้จ้า”

เกือบหกโมงเย็นแล้ว พราวขวัญบันทึกเอกสารปึกสุดท้ายหลังจากนับเสร็จ ก่อนจะปิดสมุดบัญชี เสียงป่านเรียกเธออีกครั้ง

“ขวัญ ๆ มากันแล้ว”

“มาแล้วหรือ” เธอนึกถึงงานที่เตรียมทำร่วมกันกับเครือข่าย และวันนี้จะมีคนจากองค์กรอื่นเข้ามาพบกับเธอ

พราวขวัญรีบเดินออกไปด้านหน้า

ชายคนหนึ่ง และหญิงอีกสองคนในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ หน้าตาบ่งบอกว่าไม่ใช่คนไทย ยืนอยู่ด้วยสีหน้าวิตก ขณะที่ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดสีเขียวหน้าอกติดตราสัญลักษณ์อีกคนหนึ่ง ยืนคุยกับป่านอยู่

“สวัสดีครับ คุณขวัญ” ชายหนุ่มเสื้อยืดสีเขียวทักทายเธอ

“อ้าว พาน พ่อแม่เด็กที่ป่วยใช่ไหมคะ” พราวขวัญถามเมื่อเห็นว่าไม่ใช่คนที่เธอรออยู่ พานเป็นแรงงานต่างด้าวที่อ่านออกเขียนได้ และมีการศึกษามากกว่าคนอื่น รวมทั้งเข้ามาอยู่นานจนพูดภาษาไทยได้ จึงถูกหน่วยงานจ้างไว้เป็นผู้ช่วยทำหน้าที่ประสานงานในชุมชนต่างด้าว

“ใช่ครับ” พราวขวัญหันไปมองพ่อแม่ของเด็ก

“สองคนนี้เป็นพ่อแม่ของเด็กชายตัวเล็กนั่น ส่วนคนนี้เป็นแม่ของเด็กหญิงคนนั้น”

“เป็นมากไหมครับ” ชายคนนั้นที่เป็นพ่อของเด็กชายตัวเล็กพูดภาษาไทยเสียงแปร่ง ๆ แต่ฟังเข้าใจได้

“คงไม่เป็นไรมากนะคะ อยู่โรงพยาบาลแล้ว มีหมอดูแล ไม่ต้องกังวลค่ะ” เธอปลอบใจพร้อมกับยิ้มให้คนทั้งสาม

“ลูกไม่สบายทำไม ไม่อยู่ดูแลสักคนล่ะคะ” พราวขวัญถาม

“ผมไปพัทยากับนาย เลยต้องให้แม่เขาไปช่วยทำงานของผมที่ค้างอยู่ เพิ่งกลับมาเย็นนี้เอง ส่วนคนนี้ ผัวเขาไปภูเก็ตกับนายอีกคน ยังไม่กลับมาเลย เมียเขาเลยต้องไปทำงานแทน เพิ่งมาถึงเหมือนกัน”

“ป่านตามน้าสงวน ให้ช่วยพาไปส่งที่โรงพยาบาลหน่อยนะคะ” พราวขวัญหันไปบอกเพื่อน

“แล้วพวกนั้นยังไม่มาหรือคะ” เธอถามต่อ

“ยังเลยขวัญ เดี๋ยวป่านตามน้าสงวนให้นะ” ป่านหันไปกดโทรศัพท์

“พานช่วยพาสามคนนี้ไปส่งที่โรงพยาบาลได้ไหมคะ ติดงานอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวขวัญมีธุระ จะมีคนมาหา”

“ผมพาไปได้ครับ” พานรับคำ

“ขอบคุณนะคะ” พราวขวัญยิ้มให้พาน

“รถมาแล้ว” ป่านบอก

“พาน ขากลับอย่าลืมพาคนเลี้ยงเด็กกลับมาด้วยนะคะ” พราวขวัญกำชับ

“ครับ” ชายหนุ่มรับคำหันมายิ้มให้เธอ ก่อนจะพาคนทั้งสามออกไปจากศูนย์

พราวขวัญมองดูนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง

“หกโมงกว่า จวนจะทุ่มหนึ่งแล้ว” เธอพูดลอย ๆ

“นั่นสิ ยังมาไม่ถึงอีก เห็นบอกว่ามีธุระตอนบ่าย จะมาถึงช้าหน่อย” ป่านพูดอย่างรู้ใจกัน

รถเก๋งสีน้ำเงินขับมาจอดหน้าศูนย์ พร้อมกับชายหนุ่มผมสีทองก็ลงมาจากรถคันนั้น เดินเข้ามาในศูนย์

“สวัสดีครับ คุณขวัญ” ชายหนุ่มผมสีทองทักทายเป็นภาษาไทยแปร่ง ๆ

พราวขวัญเงยหน้าขึ้นมองผู้เข้ามาใหม่ ก่อนจะยิ้มต้อนรับอย่างน่ารัก

“โอ นึกว่าใคร”

////////////////////////////////////

อารยะอดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ เมื่อเห็นหน้าศูนย์ของ World Protect มีรถเก๋งสีน้ำเงินจอดบังอยู่ก่อนแล้ว เขาจอดรถที่ขอยืมเพื่อนขับมาหาพราวขวัญด้วยความรู้สึกร้อนใจ ต่อจากรถเก๋งสีน้ำเงินคันนั้นห่างประมาณสองสามเมตร

เขาเหลือบดูนาฬิกาที่อยู่ในรถ มันบอกเวลาอีกห้านาทีเป็นเวลาหนึ่งทุ่ม ความรู้สึกแสบท้องจากความต้องการอาหารกรุ่นอยู่ในช่องท้อง คงเป็นเพราะวันนี้เขาทานอาหารกลางวันเร็ว และจะต้องรีบร้อนไปประชุม อีกทั้งคุยกับกุลสตรี เรื่องเครียด จนทำให้ทานได้น้อยกว่าปกติ แต่คงจะหิวอีกไม่นาน

เขาตั้งใจจะพาพราวขวัญไปทานอาหารเย็นด้วยกัน และเล่าให้เธอฟังถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เขาได้ทราบความคืบหน้ามา ความเป็นธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่งของเธอ และความปรารถนาดีที่จะช่วยเหลือคนอื่นของเธอที่ซึมซาบออกมาจนเขาสัมผัสได้ ทำให้รู้สึกดีทุกครั้งที่อยู่ใกล้เธอ

คงจะเป็นโอกาสที่จะได้ถามเธอตรง ๆ เรื่องความสัมพันธ์ขององค์การที่เธอทำงานอยู่กับบริษัทยาต้านไวรัสนั้น ว่าเป็นอย่างที่กุลสตรีให้ข้อมูลหรือไม่
ยังไม่ทันที่เขาจะเปิดประตูลงจากรถ

เขาก็หันไปมองในศูนย์บริการของ World Protect ก่อน ด้วยความรู้สึกอยากเห็นหน้าและรอยยิ้มของพราวขวัญ และดูว่าเธออยู่ที่ศูนย์บริการหรือไม่

และเขาก็ไม่ผิดหวังเธออยู่ในนั้น กับเพื่อนผู้หญิงอีกหนึ่งคน ใบหน้าสวยใสตามธรรมชาติและรอยยิ้มบริสุทธิ์ที่เริ่มคุ้นตาและคุ้นใจ แต่ไม่ใช่แค่นั้น

ชายหนุ่มผมสีทองชาวต่างชาติ หน้าตาดี ที่กำลังคุยกับคนทั้งสอง เหมือนสิ่งแปลกปลอมที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

อารยะใจเต้นแรง เขามองชายหนุ่มคนนั้นเขม็ง ไม่ง่ายนักที่จะแยกหน้าตาของฝรั่งออกจากกัน แต่ชุดที่ชายหนุ่มผมสีทองคนนั้นสวมใส่ เขาจำได้ชัดเจนว่าเขาเคยเห็นชายคนนี้มาก่อน

เขาเห็นชายคนนี้หน้าห้องประชุมเมื่อบ่ายนี้เอง ชายคนนี้ยืนอยู่ข้าง ๆ นุชดีเทลยา คงจะทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน และน่าจะเป็นผู้จัดการของบริษัทยานั้น จึงได้เข้าไปล๊อบบี้หมอกลุ่มนั้นถึงหน้าห้องประชุม

เขาเกร็งมือที่กำลังจับที่เปิดประตูรถยนต์แนบแน่น ใจสั่นสะท้าน เมื่อเห็นชายคนนั้นสนทนากับพราวขวัญและเพื่อนของเธอในศูนย์อย่างยิ้มแย้มแจ่มใสราวกับรู้จักกันมาก่อน

นี่กระมังสาเหตุที่เขาโทรหาเธอไม่ได้ตลอดบ่ายวันนี้

ความรู้สึกร้อนใจที่อยากพบกับพราวขวัญ เปลี่ยนเป็นความกังวลอย่างบอกไม่ถูก

เธอรู้จักสนิทสนมกับผู้จัดการบริษัทยาที่นุชดีเทลยาทำงานอยู่

หมายความว่าอย่างไร

บริษัทยาแห่งนี้พยายามล๊อบบี้ให้ใช้มาตรการจ่ายยาต้านไวรัสรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่อย่างกว้างขวาง ซึ่งจะทำให้ได้กำไรมหาศาล และอาจมีส่วนเกี่ยวพันกับการทดลองลึกลับ จนกระทั่งมีแรงงานต่างด้าวเสียชีวิต และเจ็บป่วย

พราวขวัญทราบเรื่องหรือไม่

หรือเธอเป็นส่วนหนึ่งของแผนนั้น

ยิ่งคิดยิ่งใจสั่นสะท้าน ความรู้สึกเจ็บปวด ความรู้สึกไม่เข้าใจท่วมท้น เป็นไปได้อย่างไรกันนี่ เขาฟังข้อมูลจากกุลสตรี ก็ยังรู้สึกขัดใจ และคิดว่าอาจเป็นข้อมูลด้านเดียวเพื่อจูงใจให้เขาช่วยชักจูงผู้อำนวยการของเขาให้เห็นด้วยกับมาตรการเข้มงวดในการจ่ายยาต้านไวรัส แต่ภาพที่ปรากฎตรงหน้านี้ ไม่มีทางจะอธิบายเป็นอื่นไปได้เลย พราวขวัญรู้จักกับชาวต่างชาติผู้จัดการบริษัทยาคนนี้แน่ ๆ

อารยะตัดสินใจนั่งสังเกตการณ์อยู่บนรถ เขาหยิบแว่นตาดำอันที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ขึ้นมาเตรียมไว้ หากจำเป็นก็จะต้องสวมปกปิดไม่ให้คนรู้ว่าเป็นเขา
การทักทายและสนทนานั้นดำเนินไปจนถึงทุ่มสิบนาที ก่อนที่พราวขวัญจะเดินนำชาวต่างชาติคนนั้นออกมา แต่เพื่อนของเธอไม่ได้ติดตามมาเพราะกำลังเก็บข้าวของเหมือนเตรียมตัวจะปิดศูนย์บริการนั้นแล้วในวันนี้

อารยะตัดสินใจไม่สวมแว่นตาดำ เพราะกระจกรถคันที่เขาขับมาเป็นกระจกติดฟิลม์กรองแสง และท้องฟ้าข้างนอกก็มืดแล้ว ไม่ต่างอะไรจากความรู้สึกในจิตใจของเขา คงไม่มีใครมองเข้ามาเห็นเขาในรถคันนี้ได้ชัดเจน

ชายคนนั้นเดินอ้อมไปเปิดรถให้พราวขวัญเข้าไปนั่งบนที่นั่งคู่กับคนขับ ก่อนจะกลับมาขึ้นรถที่ตำแหน่งคนขับรถ แสดงว่าคงจะทำงานในประเทศไทยมานานจนมีใบขับขี่และรับรู้เส้นทางของที่นี่ดีพอสมควร

รถคันนั้นเคลื่อนตัวไปข้างหน้าแล้ว ในรถมีเพียงชายต่างชาติผมทองหน้าตาดีคนนั้นกับพราวขวัญเพียงสองต่อสอง

ความหิวโหยที่เกิดจากความว่างเปล่าในกระเพาะอาหารเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น

อารยะรู้สึกราวกับว่างเปล่า เย็นเฉียบไปหมดทั้งตัวและหัวใจ

-----------------
จบตอนที่ 25

แก้ไขโดย khun_j เมื่อ 18-01-2010 21:06
 
ส่งข้อความส่วนตัว
chakansi
#2 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 20-01-2010 21:43
Moderator


ข้อความ: 269
เข้าร่วม: 01.04.09

กลซ้อนกลหรือเปล่าคะ ^^
 
ส่งข้อความส่วนตัว
khun_j
#3 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 28-01-2010 17:02
Moderator


ข้อความ: 135
เข้าร่วม: 10.11.08

55 กลซ้อนกล ซ้อนเหลี่ยม ซ่อนคม หักมุมกันจนกลมเลยครับ 555 หวัดมรณะ ตอนที่ 26 โพสแล้วSmile
 
ส่งข้อความส่วนตัว
ไปยังฟอรั่ม:
แสดงผลในเวลา: 0.21 วินาที
969,409 ผู้เยี่ยมชม