FWM


FWM

หนังสือของ วาริส

MMM


MMM

กระทู้ฟอรั่ม

IT Weekly

TOP 10 Post Forum

หนังสือของ ฟีลิปดา

ImagesShack

ฝากรูปไว้กับเว็บ
ImageShack®



(ขณะอัพโหลด กรุณารอสักครู่)

หนังสือแนะนำ


อ้อมกอดซาตาน
baiboau

เข้าสู่ระบบ

ชื่อ

รหัสผ่าน



ไม่ได้เป็นสมาชิก?
คลิกที่นี่ เพื่อลงทะเบียน.

ลืมรหัสผ่าน?
ขอรหัสผ่าน ที่นี่.

ผู้กำลังออนไลน์

· บุคคลทั่วไปออนไลน์: 1

· สมาชิกออนไลน์: 0

· สมาชิกทั้งหมด: 1,123
· สมาชิกใหม่: naughty015

ฉบับพิเศษ

สมาชิกออนไลน์ล่าสุด

naughty01515:56:08
admin 1 day
som 2 weeks
dongsug 2 weeks
bhpong 4 weeks
pong650 4 weeks
lertritt 5 weeks
iamiris 5 weeks
num dorsakun 8 weeks
tontake 8 weeks
jaap007 9 weeks
chakansi10 weeks
weraya10 weeks
BigBear13 weeks
aerian13 weeks

เว็บไซต์พันธมิตร 120x60


แลกลิงค์แบนเนอร์ ติดต่อได้ที่
editor_FWM@hotmail.com


ร้านด้ายทอง การ์ด&ของชำร่วย
081-687-3591


writer-club.net
เว็บไซต์สำหรับนักเขียน


www.dr-pop.com
เว็บไซต์ Dr. POP


hookratai.in.th
สำนักพิมพ์หูกระต่าย

บทความล่าสุด

หนังสือของ อาริตา

ฝากข้อความ

คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อฝากข้อความ.

28/01/2010 17:04
หวัดมรณะ ตอนที่ 26 สถานการณ์สับสน โพสแล้วจ้า Wink

18/01/2010 21:04
หวัดมรณะตอนที่ 25 ความว่างเปล่าทั้งต
ัวและหัวใจ โพสแล้วจ้า Wink

03/01/2010 19:48
หวัดมรณะ ตอน 24 ใครเจ็บปวดใจ ใครได้ ใครเสีย โพสแล้วจ้า Wink

27/12/2009 21:39
หวัดมรณะ ตอนที่ 23 เกมผลประโยชน์ โพสแล้วจ้า Grin

20/12/2009 18:05
หวัดมรณะ ตอนที่ 22 ผลสรุป ที่ไม่คาดคิด กับความเจ็บปวด ที่ถูกทรยศ โพสแล้วจ้า Wink

13/12/2009 21:06
หวัดมรณะตอนที่ 21 กุญแจไขปริศนา ที่แสนเย้ายวน โพสแล้วจ้า Grin

07/12/2009 18:16
หวัดมรณะ ตอน 20 สมมติฐานโหด กลางสังคมละโมภ โพสแล้วจ้า Wink

29/11/2009 13:15
หวัดมรณะ ตอนที่ 19 ปริศนา เริ่มคลี่คลาย แต่หัวใจยิ่งเจ็บปว
ด โพสแล้วจ้า Shock

22/11/2009 22:46
หวัดมรณะ ตอนที่ 18 ความระทึกใจ ในโรงแรมม่านรูด โพสแล้วจ้า ขอโทษที หายไปสองสัปดาห์ Wink

17/11/2009 20:35
คุณเจหายไปนานแล้วค
่ะ ฉะฯจำได้นะคะว่าหาย
ไปตั้งแต่วันไหน อิอิ รออ่านอยู่ค่ะ ^^

Popular Downloads

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์

สำหรับ สนพ. หรือนักเขียนที่ต้องการประชาสัมพันธ์ผลงานหนังสือ
สามารถส่งหนังสือ ประวัติย่อ ข้อมูลต่างๆ ...มาได้ที่

FreeMag 20/408 ม.11 หมู่บ้านอิ่มอัมพร2
ซ.วัดกำแพง บางเชือกหนัง ตลิ่งชัน กทม 10170


หรือที่ Editor_freemag@yahoo.com
คุณหนึ่ง 084-4214-009 , 081-400-7146

ดูกระทู้

 พิมพ์กระทู้
14-16ตามตะวัน ณ จันทร์พันดาว14
PlerngWaree
#1 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 13-01-2010 12:35
Moderator


ข้อความ: 149
เข้าร่วม: 29.09.08

ตามตะวัน ณ จันทร์พันดาว14วันพักอันสับสน

ผลการตรวจสภาพจิตออกมาแล้ว แต่ละอองจันทร์ไม่แปลกใจเลย สุดท้ายเธอก็ได้แต่รับปากจีจี้ว่าจะหาทางพักแล้วก็เปลี่ยนสถานที่ที่จะไม่มีใครมารบกวน

เธอเลือกรีสอร์ทที่มีสปาร์ในตัว ที่ห่างไกลจากเมืองใหญ่ สงบเงียบท่ามกลางภูเขาสูง ป่าไม้ล้อมรอบ โดยไม่ต้องออกไปไหน ให้วุ่นวาย เพราะเธอเจอคนมาเยอะมากพอแล้ว

เมื่อลงทะเบียนเข้าพักแล้ว เธอก็อ่านดูตารางที่เธอจัดไว้บนเก้าอี้นอนที่หันหน้าไปทางภูเขาสีเขียวขจี ก่อนหยิบหนังสือท่องเที่ยวมาอ่าน แล้วพักสายตาสักเล็กน้อย

ช่างสบายอารมณ์...

“ดาว ใช่ดาวจริงๆ ด้วย” ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเลือกที่นั่งด้านข้าง และทำหน้าตื่นเต้นดีใจไม่คาดฝัน “มากับใครเนี่ย หรือมาคนเดียว”

ละอองจันทร์เอาแว่นกันแดดออก มองคนทำหน้าซื่อตาใสทักทายเธอแล้วก็เมินเฉย “มาได้ยังไง ศิลา อ๋อ ไม่ใช่ รู้ได้ยังไงว่าฉันจองที่นี่ไว้”

“โธ่ ดาวพูดอะไรแบบนั้นล่ะ อืม จริงสิ เรายังไม่ได้ให้ของขวัญวันเกิดเธอเลยนะ” ศิลาทำเนียนไม่รู้เรื่อง หยิบกล่องเครื่องประดับยื่นให้ “ของสวยๆ คู่กับคนสวยๆ”

ละอองจันทร์ถอนหายใจยาว ก่อนยื่นมือออกไปรับ แต่ก็ต้องรีบถอนมือกลับ เพราะเขาไม่ยอมคืนมือให้เธอง่ายๆ “พอทีเถอะนะ ศิลา เรื่องคราวก่อนฉันยังไม่ได้เอาเรื่องเลยนะ มาแผนไหนอีกล่ะ”

ศิลายิ้มพอใจ ผู้หญิงที่เขาต้องการไม่โง่ก็ยังดีกว่าโง่แล้วพาลแบบเด็กๆ อย่างเพื่อนๆ เขา “ไม่ได้มาแผนไหน คราวก่อน เราขอโทษ เราหึงแล้วก็หวงด้วยนี่นา ให้อภัยเรานะ”

“อืม” ละอองจันทร์หลับตาพักสายตาต่อ แล้วก็ภาวนาให้เขาไปให้พ้นๆ ซะ เธอไม่กลัวเขาทำอะไร เพราะมีหมอนวดคอยนวดเท้าให้เธออยู่ “กี่โมงจะมีคิวนวดตัวคะ”

“ราวบ่ายสองค่ะ” หมอนวดเท้าหญิงตอบ

ศิลาเห็นเธอเฉยชาไม่ใส่ใจ เขาก็พยายามอดทน และพยายามติดตามเธอไปเรื่อยๆ ขณะที่ละอองจันทร์ทำเพียงแค่ถามมาก็ตอบ ไม่ถามก็ไม่ตอบ

“นายจองกี่วัน” ละอองจันทร์ถามขึ้นอย่างเซ็งๆ ที่ถูกตามติด

“ก็สามวันล่ะ” ศิลาตอบชัดเจน และยิ้มให้ เพราะเชื่อว่าเธอน่าจะอยู่เท่าๆ กัน

“อ๋อ อืม” ละอองจันทร์ฟัง แล้วตัดสินใจระหว่างต้องพยายามทำใจกับความไม่สงบไปอีกสามวัน กับหาที่สงบแห่งใหม่

“พรุ่งนี้เราไปเที่ยวน้ำตกไหม” ศิลาถามขึ้นโดยไม่สนใจว่าเธอจะทำเฉยชากับเขาแค่ไหนก็ตาม

“ไม่ล่ะ ฉันมีนัดนวดตัวทั้งวัน แล้วก็ตอนเย็นจะไปวิ่งรอบแถวนี้ด้วย” ละอองจันทร์ตอบปฏิเสธอย่างชัดเจน

ศิลาพยายามพูดชวนคุย และทำเป็นไม่เข้าใจแม้เธอเฉยชา เขายังคงพยายามให้สมกับที่ได้มีโอกาสมาที่นี่ และมีเวลากับเธอตามลำพัง ทว่าละอองจันทร์กลับเฉยชาและคิดพิจารณาอยู่ว่าจะต้องทนไหม...

************************************************


มื้อเช้าวันแรกในรีสอร์ทแห่งนี้ควรสงบ แต่ละอองจันทร์ก็พบว่าความสงบของเธอนั้นได้มายากมากถึงมากที่สุด เมื่อมีคนรู้จักบังเอิญมาพักที่นี่ในช่วงที่เธอหาทางพักผ่อน

เรณุวัฒน์ชะงักเมื่อมีคนร่วมอาหารเช้ากับเธอ ที่สำคัญคนคนนั้นก็เป็นคนที่เธอเคยรัก แทนที่เธอจะประหลาดใจกลับเป็นเขาประหลาดใจแทน

“ทำไมนัดเขามาด้วย เพราะอย่างงี้ใช่ไหมดาวถึงไม่ยอมรับสายพี่” เขาหึงจนขาดสติ และตะคอกพร้อมดึงแขนเธอลุกจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว

ละอองจันทร์สะบัดแขน และมองพนักงานรีสอร์ทที่เดินเข้ามาดูว่ามีปัญหาที่พอช่วยได้ไหม เธอจึงยกมือขึ้นห้าม แล้วดึงแขนเขาไปจากที่สาธารณะแล้วตรงไปยังห้องของเธอ

“ทำไมไม่บอกว่านัดเขามา พี่จะได้ไม่มา” เรณุวัฒน์พูดราวกับเธอนัดเขามาที่นี่ด้วย

“พี่พูดจริงๆ หรือพูดด้วยอารมณ์ ตอบให้ดีๆ นะคะ อย่าพยายามกวนประสาทดาว แค่นี้ดาวก็ต้องไปหาจิตแพทย์แล้วค่ะ” ละอองจันทร์ก็เริ่มหงุดหงิดกับเขา ที่หาเรื่องกับเธอในเวลาที่เธอกำลังรำคาญทุกสิ่ง

เรณุวัฒน์ตั้งสติ ก่อนกระแทกลมหายใจออกมาอย่างแรง “พี่ขอโทษ พี่หึงน่ะ พี่ขอโทษ ว่าแต่ทำไมดาวไปหาจิตแพทย์ล่ะ มีอะไรไม่สบายใจ คุยกับพี่สิ”

“ก็พวกพี่นี่แหละทำให้ดาวปวดหัว อะไรกันก็ไม่รู้ ดาวไล่ตั้งหลายครั้งแล้วว่าอย่ามายุ่งกับดาวแบบนี้ ก็ไม่มีใครยอม ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันนักหนา คนอยากขึ้นคานนี่มันผิดไหมเนี่ย” ละอองจันทร์ระเบิดใส่ทันที เพราะรำคาญเต็มที่ที่หาวันสงบๆ ของตัวเองไม่ได้

เรณุวัฒน์นิ่งเงียบ ก่อนถอนหายใจยาว “มันแย่นักเหรอกับการที่มีใครสักคนอยู่เคียงข้าง พี่ไม่รู้ว่าความพยายามของพี่มันทำให้ดาวต้องเครียดขนาดต้องพบจิตแพทย์แบบนี้ พี่เสียใจ”

“เฮ้อ มันก็ไม่ใช่ขนาดนั้นหรอก คือดาวก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับดาวกันแน่ เท่าที่พี่จีจี้บอก ดาวไม่สามารถยอมรับสิ่งที่ขัดแย้งกับสิ่งที่ดาวพยายามตั้งใจเอาไว้ได้ พี่จีจี้อยากให้ดาวตั้งสติก่อน แล้วพี่กับศิลาก็มาอีกแล้ว ดาวก็ยังไม่ได้ตั้งสติเลย ดาวไม่เข้าใจว่าทำไมดาวจะอยู่เป็นโสดคนเดียวแบบนี้ไม่ได้” ละอองจันทร์ค่อนข้างสับสน ตั้งสติไม่ได้ เมื่อสิ่งที่ตั้งใจถูกเขาสองคนรบกวน

คนหนึ่งทำให้เธอรำคาญ...ส่วนอีกคนทำให้เธอสับสน

“ถ้าพี่บอกว่าพี่เห็นแก่ตัวล่ะ อืม แต่พี่จะยอมเห็นแก่ตัว พี่จะไม่ยอมปล่อยให้ดาวต้องขึ้นคานสำเร็จแน่ๆ เพราะพี่รักดาว อ๋อ ลืมบอกไปว่า พี่บอกทางนี้ไว้ว่าพี่จะพักกับดาว ค่าใช้จ่ายของดาวลงบัญชีพี่หมด” เรณุวัฒน์แอบยิ้มนิดๆ ที่เห็นเธอสับสน

เขาค่อนข้างมั่นใจแล้วตอนนี้ว่าเธอจะไม่กลับไปหาผู้ชายคนเก่า...

ละอองจันทร์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย “อะไรนะคะ ดาวโอนเงินจ่ายไปหมดแล้ว มันจะลงบัญชีพี่ได้ยังไง”

“ก็พี่เจนเป็นคนจัดการให้นี่ ไม่รู้ล่ะ คืนนี้พี่จะนอนห้องนี้แหละ” เรณุวัฒน์ไม่ฟังเสียงบ่นที่ตามมา เขาเอาของออกจัดของเรียบร้อย

ละอองจันทร์ทิ้งน้ำหนักลงที่เตียง มองเขาจัดการข้าวของเองอย่างถือวิสาสะ ก่อนทำหน้างอนชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ จนเขาต้องหันมาสนใจ

“คนดี ทำหน้างอแบบนี้ไม่สวยนะ” เรณุวัฒน์ลูบผมเธออย่างเอ็นดู

“ความรักมันคือยาพิษ” ละอองจันทร์ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินออกไปจากห้อง

พอไปถึงเคาน์เตอร์เธอก็ขอเช่ารถ เพื่อขับออกไปจากรีสอร์ทที่ตอนแรกเธอคิดว่าจะสงบสุข แต่เรณุวัฒน์อ่านเกมออก ทันทีที่เห็นกุญแจรถก็ฉวยมันเอาไว้ในมือ ก่อนล็อกเธอไปที่รถ

“อะไรอีกเนี่ย” ละอองจันทร์ทำหน้ายุ่งอยู่ในรถ ก่อนถามตรงๆ “ถามจริงๆ เถอะ พี่จะตื้อจนกว่าดาวจะยอมเป็นเมียพี่เลยรึไง”

“พูดจริงเปล่า พูดจริงก็เอาจริงนะ” เรณุวัฒน์พูดอย่างอารมณ์ดีขณะขับรถ

“จะบ้ารึไง อ๋อ หรือความรักของพี่ก็แค่ดาวยอมนอนด้วยใช่ไหมล่ะ โธ่เอ๊ย นึกว่าอะไร” ละอองจันทร์หงุดหงิดมากขึ้น เมื่อเขายังยั่วโมโหเธอได้เรื่อยๆ

“บ้าเหรอ พี่ก็ไม่รู้หรอกว่ารักของพี่คืออะไร แต่เวลาที่ไม่มีใคร พี่ก็คิดถึงดาว เวลาทำอะไรดีๆ แล้วก็อยากให้ดาวร่วมแบ่งปัน อยากอยู่ใกล้ๆ อยากไปไหนมาไหนด้วย อยากให้ดาวมีความสุข แต่ต้องกับพี่ด้วย กับคนอื่น...พี่หวง” เรณุวัฒน์เน้นคำสุดท้าย

“ขอโทษนะคะ ดาวไม่ได้ว่าพี่เจน แต่รู้สึกว่าพี่กับพี่เจนนี่จะเหมือนกันเลยนะคะ เพียงแต่ดาวไม่แน่ใจว่า พี่น่ะรักดาวจริงๆ รึเปล่า” ละอองจันทร์ย้ำต่อไป

หนทางแห่งความเจ็บปวดมักมาพร้อมความโง่ชั่ววูบของเธอ...

“ดาว ไม่ใช่ทุกคนจะทำให้ดาวผิดหวัง ถ้าดาวคิดว่าความรักมันน่าผิดหวัง แล้วดาวจะคาดหวังกับมันทำไม บางทีความรักอาจจะไม่ยิ่งใหญ่อย่างที่ดาวเห็นมาเสมอ ความรักมันไม่ใช่ความสุขหรือความเจ็บปวดซะทีเดียวหรอกนะ ดาวน่าจะรู้ดีกว่าพี่ เพราะที่บ้านของดาวมีคู่รักอยู่หลายคู่ กว่าเขาจะรักกันได้มันไม่ใช่ง่ายๆ เลยไม่ใช่เหรอ” เรณุวัฒน์พยายามกล่อมให้เธอเข้าใจในสิ่งที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด

“โอเคค่ะ ว่าแต่พี่จะพาดาวไปไหนเนี่ย” ละอองจันทร์ถามขึ้น เมื่อเห็นเขาขับไปเรื่อยๆ

“พี่ก็ไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน เพราะงั้นเราไปน้ำตกกันนะ” เรณุวัฒน์พูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี

“ว่าแต่พี่ไปถูกเหรอ พูดยังไม่ชัด แต่ไปถูกหมดเนี่ยเก่งไปเปล่า” ละอองจันทร์ได้ทีก็แกล้งแซว เธอตัดสินใจเก็บความเครียดไว้ก่อนแล้วหาความสนุกใส่ตัวดีกว่า

“โธ่ ดาว พี่ก็ต้องค้นมามั่งแหละ พี่เคยมาเที่ยวด้วยนะ มากับแฟนตอนนั้นน่ะ” เรณุวัฒน์พูดกับเธอตามตรงแล้วยิ้มแห้งๆ

“ฮ่าๆๆ ว่าแล้วเชียวเห็นขับคล่องแบบนี้ ต้องเคยมา มากับแฟนเหรอคะ แฟนพี่สวยไหม” ละอองจันทร์หัวเราะขำขันอย่างสนุกสนานที่เห็นเขาดูจะเซ็งๆ

“แฟนเก่าๆ ไม่ใช่แฟนใหม่ แฟนใหม่กำลังรอเขาพิจารณาอยู่เนี่ย ว่าไงล่ะ เป็นไหม ตอบตกลงปั๊บ แถมโปรโมทชั่นพิเศษ หมั้นแล้วแต่งอย่างรวดเร็วด้วย” เรณุวัฒร์พูดอย่างอารมณ์ดี ก่อนกลืนน้ำลายเมื่อเธอเงียบ เขาจึงแก้ใหม่ “พี่ไม่ได้ล้อเล่นนะ ถึงพูดเหมือนล้อเล่นก็เถอะ แต่พี่รักดาวจริงๆ นะ”

ละอองจันทร์นิ่งงัน ก่อนยิ้มปลอบเขาอย่างสงสาร เพราะเมื่อก่อนเธอตั้งแง่มากไปทำให้เขาต้องคอยเกรงใจเสมอ “ดาวไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ ดาวว่าดาวเริ่มรู้แล้วว่าพี่พูดจริงๆ มากกว่า”

“พี่ดีใจจัง” เรณุวัฒน์ผิวปากออกมาอย่างอารมณ์ดี นานแล้วที่เขาไม่ได้ทำแบบนี้

“แหม อารมณ์ดีจังนะคะ แต่อยากบอกว่า เรามากันเนี่ย กล้องก็ไม่ได้เอามา เสื้อผ้าก็ไม่มีเปลี่ยน งี้ก็เล่นน้ำไม่ได้สิคะ แย่เลย” ละอองจันทร์แกล้งพูดเสียดาย

“กลัวอะไรล่ะ ระหว่างทางซื้อกล้องไปด้วยก็ได้ เสื้อผ้าอีก” เรณุวัฒน์คิดอย่างง่ายๆ ตอนนี้เขาอารมณืดีที่เธอทำตัวน่ารักเหมือนเดิม

“ดาวว่ากลับไปที่รีสอร์ทดีไหมคะ ยังไม่ได้นวดตัวเลย” ละอองจันทร์นึกขึ้นได้ว่านัดนวดตัวไว้

“อืม งั้นก็ได้ ดีที่ออกมาจากที่นั่นไม่ไกลนะ” เรณุวัฒน์หาที่กลับรถ ก่อนนึกขึ้นได้ “แล้วนี่จะเอายังไง จะควงสองต้องห้ามรึเปล่า”

“พี่นี่ อ่านภาษาไทยมาเยอะนะเนี่ย รู้เรื่องเยอะจริง” ละอองจันทร์สายหน้า ถึงพูดไม่ชัด แต่ก็เข้าใจอะไรเยอะมากทีเดียว “ไม่หรอกค่ะ ศิลามาแค่สามวัน ทนๆ เอาหน่อย พรุ่งนี้เขาก็กลับแล้วล่ะค่ะ”

“แปลว่าเขามาเกาะแกะดาวตั้งแต่เมื่อวานแล้วสิ” เรณุวัฒน์นึกแล้วก็เคืองไม่หาย นี่ถ้าเขาไม่ติดลูกค้าสำคัญก็คงไม่มาช้าอย่างนี้

“ก็ใช่ค่ะ แต่ดาวก็เลี่ยงๆ ล่ะค่ะ คนเรานี่ก็แปลกนะคะ ทำอะไรแปลกๆ แค่อยากเอาชนะเนี่ย ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ” ละอองจันทร์ส่ายหน้าอย่างไม่ชอบใจนัก

เรณุวัฒน์แอบมองอยู่แล้วก็ได้ยิ้ม เพราะเขาไม่มีคู่แข่ง แต่จะว่าไปเขารู้เรื่องนี้มานานแล้ว เพราะถ้าจะนับอะไรเป็นคู่แข่ง ก็คงต้องนับความคิดอยากโสดของเธอเท่านั้น

“ยิ้มไรคะ คนยิ่งรำคาญๆ อยู่ด้วย วุ่นวายๆ” ละอองจันทร์ส่ายหน้าอีกครั้ง แล้วขมวดคิ้วมองอย่างเข้มงวด

“เปล่าจ๊ะ ถ้าไม่อยากให้ใครมาวุ่นวาย ก็มีแฟนแล้วแต่งงานซะสิ ทีนี้ก็ไม่มีใครมาวุ่นวายแล้วล่ะ” เรณุวัฒน์พยายามพูดให้เข้าตัว

ละอองจันทร์หรี่ตามองอย่างเข้มงวด ก่อนหลุดขำออกมา “คนคนนั้นต้องเป็นพี่ด้วยรึเปล่า”

“อ้าว ถามอย่างนี้ได้ไง ก็ต้องพี่คนเดียวแหละ ไม่ยอมให้มีคนอื่นหรอก ไม่งั้นจะตามไปแย่งดาวกันให้แหลกไปข้าง” เรณุวัฒน์ทำพูดขำ แต่เขาเอาจริง

ละอองจันทร์หัวเราะที่เขาทำเป็นเรื่องตลก ก่อนพูดเล่น “อยากเห็นเหมือนกันค่ะ ว่าจะแย่งยังไงถึงจะแหลก”

“เฮ้ย” เรณุวัฒน์ตกใจ ร้องเสียงหลง “อย่าเลยนะ แม่คุณทูนหัว แค่นี้พี่ก็จะแย่แล้ว”

ละอองจันทร์ก็หัวเราะขำ จนกระทั่งเข้าเลี้ยวรถเข้าไปในรีสอร์ท จากนั้นก็เดินเข้าไปด้านในด้วยกัน โดยศิลามองมา ก่อนเขาเดินมาหา

“ดาว เราขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม” ศิลาก็อยากรู้เหมือนกันว่า จริงๆ แล้วเธอจะเอายังไงกับเขากันแน่

“ได้สิ” ละอองจันทร์ตอบรับ ก่อนหันไปบอกเรณุวัฒน์ “รอเดี๋ยวนะคะ”

“อืม จ๊ะ” เรณุวัฒน์หาที่นั่งรออยู่แม้จะลังเลใจอยู่บ้าง แต่เขาต้องยอมรับว่าต้องไว้ใจเธอเท่านั้น

************************************************


ละอองจันทร์เดินตามมาจนถึงสวนของรีสอร์ท ก่อนรอให้เขาเป็นฝ่ายพูดก่อน

“ตกลง ดาวกับเขาคบกันแล้วใช่ไหม” ศิลาถามขึ้น

“อืม เราไม่อยากโกหกนะ แต่ที่ศิลาทำมาน่ะ เราขอบใจแต่พอเถอะ ตอนนี้พวกเราก็โตกันแล้ว อย่าพยายามเลย เรื่องในอดีตก็ให้มันเป็นอดีตเถอะ นะ” ละอองจันทร์ตอบให้แน่ชัด

“เฮ้อ เรารู้อยู่แล้วว่าดาวใจแข็ง เมื่อก่อนเรามันโง่เอง ที่เลือกความสนุกระยะสั้น แทนที่จะเลือกดาว ดาวคงรู้ใช่ไหมทำไมวันนั้นเราไม่ถือโอกาสกับดาว จริงๆ เราก็รักดาว แต่เราคงรักดาวน้อยกว่าตัวเองไป หวังว่าเราจะยังเป็นเพื่อนกันได้อยู่นะ” ศิลายื่นมือออกมาเพื่อจับแทนมิตรภาพ

“ขอบใจนะที่วันนั้นนายไม่ทำร้ายเราให้หนักกว่านั้น” ละอองจันทร์ยิ้มให้ ก่อนยื่นมือออกมาเช่นกัน แต่เขากลับดึงเธอไปกอด แต่ต่างก็เข้าใจความหมาย เธอจึงกอดตอบ “ขอบใจ”

“เราก็ต้องขอบใจดาว” ศิลาปล่อยเธอแล้วยิ้มให้ “เราช้าเกินไป แต่เราอยากเตือนดาวหน่อยนะ เราไม่รู้ว่าคนคนนี้มีอะไรกับดาวหรือเปล่า แต่เราว่าเขาพยายามทำให้ชีวิตดาววุ่นวาย”

ละอองจันทร์ขมวดคิ้ว ก่อนถาม “แอนเหรอ รายนั้นเป็นปกติอยู่แล้วล่ะ”

“เปล่า ผู้ชายที่ชื่อโกวิทน่ะ เขาเป็นคนบอกความเคลื่อนไหวของดาวทุกอย่างให้พวกเรา คือ เราหมายถึงเรากับพวกแอนน่ะ ดาวต้องระวังหน่อยนะ” ศิลาเตือนเธอด้วยความหวังดี

“คนคนนี้นิสัยแย่มากจริงๆ นั่นแหละ เราจะระวังตัวนะ ขอบใจมากๆ ที่บอกเรา” ละอองจันทร์กล่าวขอบคุณเพื่อนอีกครั้ง ก่อนขอตัวกลับไปหาเรณุวัฒน์

“เราหวังว่าเขาจะเป็นคนดีจริง แล้วก็ดูแลดาวอย่างดี” ศิลาถอนหายใจยาว เมื่อสูญเสียเธอไปแล้วครั้งหนึ่ง เขาก็ต้องพยายามทำใจ

“เหรอ เราไม่แน่ใจหรอก แต่ช่างเถอะ บางทีเราอาจยังพอมีโชคดีอยู่บ้างละมั๊ง” ละอองจันทร์ยักไหล่ก่อนเดินกลับไป แล้วมองเขาที่เอาหนังสือพิมพ์บังหน้า “พี่เร หนังสือพิมพ์กลับหัวแล้วค่ะ”

เรณุวัฒน์เงยหน้าขึ้น แล้วก็ตกใจ ขมวดคิ้วแล้วก็ถอนหายใจ “ยัยดาว มันไม่ได้กลับหัวสักหน่อย”

“ถึงไม่กลับหัว พี่ก็ไม่ได้อ่านอยู่ดีแหละ ดาวรู้นะ ไปกินข้าวเที่ยวดีกว่าค่ะ หิวแล้ว ศิลาไปด้วยกันสิ” ละอองจันทร์หันไปชวนเพื่อน

“ได้เหรอ” ศิลาถามอย่างสงสัย

“ทำไมไม่ได้ละครับ เชิญครับ” เรณุวัฒน์รู้ว่าทุกอย่างจัดการเรียบร้อยแล้ว ก็เหลือแต่ให้เธอยอมรับเขาเท่านั้น

อาหารมื้อเที่ยงนั้นจึงผ่านไปได้ด้วยดี และศิลาก็ตัดสินใจกลับในเย็นวันนั้น เมื่อเขาหมดธุระแล้ว และคงต้องใช้เวลาที่จะแสวงหาคนที่ใช่สำหรับเขาต่อไป

************************************************


ละอองจันทร์ถอนหายใจยาวเมื่อวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี แต่ต้องมีสมาชิกในห้องใหม่ ซึ่งเธอก็ไม่มีปัญหา คาดว่าเขาคงรู้ขอบเขตของเขาดี

เรณุวัฒน์มองเธอเดินเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนมองกล่องเครื่องประดับและมีการ์ดอยู่ เขาถือวิสาสะอ่านข้อความในนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น

‘ให้โอกาสเรากลับไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดนะ สุขสันต์วันเกิด รักดาว, ศิลา’

เขาคาดว่าเธอคงไม่ได้อ่านการ์ดใบนี้ แต่ถึงเธออ่านก็คงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม เขานั่งลงอย่างใจเย็น ดูเหมือนเธอจะเปิดใจให้เขาบ้างแล้ว

เมื่อสาวร่างอวบออกมาจากห้องน้ำ และแต่งตัวเรียบร้อยพร้อมนอน เขาก็ขอตัวไปจัดการตัวเองบ้าง

ละอองจันทร์เหลือบมองกล่องเครื่องประดับของขวัญที่วางไง ก่อนเปิดออกแล้วมองแหวนเพชรขนาดพอดีอย่างเฉยชา เธอหยิบมันไปเก็บไว้ในกระเป๋า แล้วเอนหลังที่เตียงพร้อมหยิบหนังสือมาอ่าน

พอเขาออกมา เธอก็ขยับหมอนลงแล้วกอดหมอนข้างนอนหลับ ขณะที่เรณุวัฒน์มองเธอแล้วก็ปิดไฟภายในห้อง ก่อนเดินไปนอนยังอีกฟากของเตียงที่ว่าง

ละอองจันทร์กอดหมอนขางแน่น แล้วถอยไปแทบสุดเตียง แน่นอนว่าวันนี้แตกต่างจากวันบนเกาะ เพราะไม่มีข้อตกลงกัน เพียงเธอให้โอกาสเขาได้พักห้องเดียวกันก็เท่านั้น

บางทีอาจทำให้เธอตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า...เธอจะรักเขาได้หรือไม่

“ดาวหลับรึยัง” เขาถามขึ้นในความมืด

“ยังค่ะ” ละอองจันทร์ตอบ หากก็รู้สึกว่าเขาขยับเข้ามาใกล้ ก่อนดึงเธอไปกอด “เอ่อ”

“พี่กอดนะ” เรณุวัฒน์ไม่เพียงกอด ยังขยับเข้าใกล้ชิด ก่อนหอมเรือนผมแล้วซุกหน้าเข้าที่ศอกคอเธอจากด้านหลัง “พี่รักดาวจริงๆ นะ พี่ไม่ได้โกหกตัวเอง พี่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ขอดาวให้โอกาสพี่ได้ไหม”

ละอองจันทร์นิ่งคิด ก่อนคลายอ้อมกอดเขาแล้วหันหน้าไปมอง จากนั้นก็ซบอกเขาแล้วกอดเอาไว้แน่น “ดาวว่าพี่คงต้องใช้เวลาสักหน่อย ถ้าจะทำให้ดาวเชื่อจริงๆ เพราะพี่จีจี้บอกว่าดาวมีปัญหาเรื่องการไว้ใจคนนอกครอบครัว”

“ไม่มีปัญหา ถ้าดาวจะให้โอกาสพี่บ้าง อย่าปิดตัวเองอย่างที่ทำอยู่นี้เลย” เรณุวัฒน์กอดเธอให้แน่นขึ้น ปล่อยให้เธอซบอกเขาอย่างเหนื่อยล้า “ยังมีอะไรต้องลังเลอีกล่ะ แหม จะหาผู้ชายดีๆ คนหนึ่งเนี่ยหายากนะ รีบๆ รับไว้สิจ๊ะ เด็กดี”

“ตาพี่เรบ้า” ละอองจันทร์ทุบอกเข้าให้หนึ่งครั้ง ทำเอาคนถูกทุบหัวเราะเสียงดัง แล้วเธอก็กอดเขาเอาไว้แน่นอีก

“มีความสุขจัง” เรณุวัฒน์กอดเธออย่างมีความสุข เขาก็ถือคติเดียวกับพี่สาว...

รักต้องได้...และรักต้องทุ่มเท ไม่มีรักใดได้มาง่ายๆ โดยเฉพาะความรักจากแม่สาวร่างอวบคนนี้

************************************************


เสียงน้ำตกทำให้เขาสดชื่น พอๆ กับที่ได้มาสนุกกับเธออีกครั้ง เวลาที่ละอองจันทร์ผ่อนคลาย เธอก็จะอ้อนเขาบ้าง กอดบ้าง หอมแก้มบ้าง คล้ายลูกแมวน้อยขี้อ้อนขี้แกล้ง

เพียงชั่วความคิดเขาก็ต้องตกใจ เมื่อเธอเข้ามาผลักเขาตกไปในห้วงน้ำเย็นชื่นใจ ทันทีที่เขาโผล่ขึ้นมาเธอก็หัวเราะ ก่อนกระโดดตามลงมา

เรณุวัฒน์รีบว่ายเข้าไปกอดทันทีที่เธอโผล่ขึ้นพ้นน้ำ “ซนดีนักนะ ต้องเจอแบบนี้”

ละอองจันทร์รีบเบี่ยงตัวหลบไม่ให้เขาจูบ แต่อ้อมกอดเขาช่างเข้มแข็งนัก กอดเธอไว้แน่นไม่ให้ดิ้นหลุดเลยทีเดียว “ปล่อยดาวนะคะ”

“ไม่...จนกว่าจะได้จูบ” เรณุวัฒน์ไล้จมูกเข้ากับแก้มของเธอ แล้วก็ยึดเธอเอาไว้แน่น แม้น้ำจะไม่ลึกก็ตาม

“บ้าน่าพี่ เดี๋ยวใครขึ้นมาเห็นหรอก” ละอองจันทร์ชักหวั่นๆ กลัวว่าจะมีใครขึ้นมาเห็นจริงๆ

“จะมีใครได้นอกจากเราล่ะ” เรณุวัฒน์เชยคางเธอขึ้นมอง ก่อนประทับรอยจูบอ่อนโยนที่ริมฝีปากอวบอิ่ม ค่อยๆ ละเลียดความอ่อนหวานจากริมฝีปากเธอทีละนิด และดึงรั้งเธอเข้าหาตัวเขาจนแนบแน่นสนิท

หัวละอองจันทร์กำลังรู้สึกหวิวๆ อย่างบอกไม่ถูก เคลิบเคลิ้มกับรสจูบอ่อนหวาน หากเมื่อถูกดึงให้เบียด เธอก็รู้สึกตัวแล้วถอยต้านแรงดึงกอดรัดจากเขา

เขาจึงรู้สึกตัวว่าเธอคงไม่คุ้น เพราะครั้งก่อนเขาก็ไม่เคยทำแบบนี้กับเธอ จึงผ่อนแรงลง แล้วกอดเธอเอาไว้หลวมๆ แทน

ไร้คำสนทนาให้ต้องอึดอัด...ต่างก็ลูบไล้กันด้วยภาษากาย

เธอซบที่ไหล่เขา ก่อนได้ยินเสียงคนเดิน เธอจึงขยับถอยอกมา “ปล่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้านะคะ”

“จ๊ะ เรณุวัฒน์ปล่อยเธอแค่ข้างเดียว อีกข้างเขาโอบไว้แล้วว่ายพาเธอไปจนถึงที่เดินได้ ก่อนหยิบผ้าเช็ดตัวมาห่มเธอเอาไว้

“ขอบคุณค่ะ ละอองจันทร์รับผ้าขนหนูมาเช็ด ก่อนคลุมเสื้อสายเดี่ยวสีเข้ม และกางเกงขาสั้นเอาไว้หลวมๆ ทำให้ผิวขาวเนียนที่ไหล่เปิดเผยออกมามากขึ้น

เรณุวัฒน์เห็นคนเริ่มมากขึ้น แถมยังมีกลุ่มผู้ชายมาด้วย เขาก็รีบวางผ้าคลุมขาที่เหยียดยาวออกมาอย่างหวงๆ

ละอองจันทร์มองแล้วก็ถาม “เก็บเหรอคะ”

“เปล่า กลัวดาวหนาวน่ะ ก็เลยคลุมไว้ คลุมไหล่ขึ้นอีกหน่อยสิ เดี๋ยวหนาวนะ” เรณุวัฒน์แกล้งกลบเกลื่อนพูดไปเรื่องอื่น

ละอองจันทร์มองหน้าเขาแล้วก็หัวเราะ ก่อนดึงออก “ไม่เอาค่ะ ก็ดาวไม่หนาวนิคะ”

“น่า ห่มๆ ไว้หน่อยดีไหม” เรณุวัฒน์แกล้งทำไม่รู้ว่าเธอเข้าใจสิ่งที่เขาพูด

“อะไรกันคะ มีอะไรรึเปล่าเอ่ย” ละอองจันทร์ทำหน้าล้อเลียนนิดๆ เมื่อเห็นเขาตีหน้าเฉยแล้วไม่ยอมตอบ เธอก็ถามขึ้นมาตรงๆ “หวงเหรอคะ”

“มาก” เรณุวัฒน์ยิ้มที่เธอรู้ทัน

ละอองจันทร์ขำนิดๆ เมื่อเวลาตอบเขาไม่มองหน้าเธอ ก่อนกอดแขนซบไหล่ “แล้วทำไมไม่บอกตรงๆ ละคะ”

เรณุวัฒน์โอบไหล่เธอหลวมๆ “ก็กลัวโดนดาวว่านี่ เดี๋ยวดาวว่าอีก”

“แหม ดาวร้ายกาจมากเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่เฉยๆ กับดาวไปซะละคะ” ละอองจันทร์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความไม่แน่ใจ

เป้าหมายชีวิตเธอผิดเพี้ยนไปจากที่วางไว้มากเสียจนเธอก็ตั้งตัวไม่ทัน...

“ร้ายปกติ” เรณุวัฒน์ทำเสียงหยอกล้อ ก่อนถูกตีเข้าให้ “อะไรอ่ะ ก็จะให้บอกว่าไงอ่ะ นึกว่าอยากฟังแบบนี้”

“เชอะ ร้ายก็ร้าย ร้ายแล้วไง” ละอองจันทร์แกล้งทำเสียงงอนๆ ปล่อยแขนเขาแล้วดึงผ้าเช็ดตัวออก

“เดี๋ยวสิ พี่ไม่ได้จะว่าอะไรดาวนะ” เรณุวัฒน์รีบถามอย่างร้อนใจเพราะกลัวเธอโกรธ

เขายอมรับว่ากังวลใจเมื่อเธอดูจะตั้งป้อมกับสิ่งที่เขาตลอดก็ว่าได้ แต่จริงๆ แล้วเขาก็รู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งป้อมกับเขาเพียงคนเดียว...

เธอตั้งป้อมกับผู้ชายทุกคนที่พยายามเข้ามาหาเธอในรูปแบบคนรักมากกว่า...

ละอองจันทร์หันมามองเขาอย่างงงๆ ก่อนหยิบเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่มาสวม “อะไรเหรอคะ”

เขาต้องยกมือขึ้นลูบหน้าเพราะคิดว่าเธอจะโกรธ... ‘ให้ตายเถอะเขาตามเธอไม่ทันเลยจริงๆ’

“อะไรเหรอคะ” เธอถามซ้ำอีกครั้งที่พอเดาออก ก่อนยิ้มขำ “หว้า...ดาวทำอะไรให้คิดมากอีกแล้วเหรอคะ”

“ยัยดาว” เรณุวัฒน์ดึงเธอมากอดเอาไว้ ร่างกายนิ่มๆ แต่กอดได้เมื่อเบื่อ ก่อนลูบเรือนผมเธออย่างเอ็นดู “แดดแรงแล้วนะเนี่ย เดี๋ยวผิวขาวๆ สวยๆ ก็ช้ำหมดหรอก กลับกันนะ”

ละอองจันทร์เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า และมองน้ำตกที่สวยงาม ก่อนพยักหน้าช้าๆ ปล่อยให้เขาจูงมือลงไปยังห้องน้ำที่สามารถอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านล่าง

“ไว้เรามาเที่ยวกันอีกนะคะ” ละอองจันทร์ถามขึ้นเบาๆ

“ได้สิ ถ้าดาวต้องการ” เรณุวัฒน์โอบไหล่แคบๆ ของสาวร่างอวบ ก่อนจูบเรือนผมเปียกหมาดๆ

เขาก็เพิ่งเข้าใจความรู้สึกของพี่สาวคนรอง...

การได้พยายามเพื่อให้ได้อยู่กับคนที่เรารัก...ทำให้คนมีความสุขได้ ถ้าเราไม่เรียกร้องมากเกินไป ไม่คาดหวังให้เขาได้รักกลับมา...เพียงได้ครอบครองอิสระในการเลือกคนอื่นก็พอ

แม้จะเป็นหนทางของคนเห็นแก่ตัว...แต่มีใครบ้างไม่เห็นแก่ตัว หากเราจะเห็นแก่ตัวสักอย่าง ก็ควรจะทำด้วยเหตุผลที่ดี และทำให้คนที่เรารักยินยอมอยู่ในครอบครองของเรา ถึงแม้จะไม่เต็มใจอย่างที่สุดก็ตาม

หวังให้เขารักคงยาก...แต่ต้องยอมรับให้ได้ว่าคนเห็นแก่ตัวควรได้แค่ไหนอย่างไร

เรณุวัฒน์เตรียมใจกับเรื่องนี้แล้ว โดยเฉพาะกับแม่สาวร่างอวบ ที่พยายามวางหัวใจไว้บนที่สูง แต่อย่างไรก็ดีเขาก็จะพยายามทำให้เธอยอมรับรักเขาอย่างเต็มหัวใจ

เพราะหัวใจเธอยังคงมีที่ว่างเสมอ...เขาต้องเติมเต็มให้ได้

เขาโชคดีตรงนี้...แล้วก็ได้แต่เป็นห่วงพี่สาว เพราะคนที่พี่สาวรัก...ไม่มีที่ว่างให้เติมเต็ม ทว่าเขาก็หวังว่าหัวใจของปิ่นศิวะจะขยายออกกว้างและรับพี่สาวเขาเข้าไป แม้พี่สาวเขาจะพอใจจุดยืนขณะนี้ก็ตาม

************************************************


คืนสุดท้ายที่เขาจะได้มีโอกาสเติมเต็มอ้อมแขนเขาด้วยเธอ เขาก็พยายามซึมซับทุกสัมผัสไว้ในความทรงจำไว้ แม้ความต้องการบางอย่างจะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ หากเขาก็พยายามจะสงบมันให้ได้

ละอองจันทร์ขยับตัวเล็กน้อย เพื่อปรับให้คุ้นกับการมีใครสักคนนอนและโอบกอดเธอแบบใกล้ชิด จนบางครั้งเธอก็นึกเกร็งๆ อยู่บ้าง เพราะไม่คุ้นเคยมาก่อน

“พี่ขยับไปนิดได้ไหมคะ ดาวพลิกตัวลำบากค่ะ” ละอองจันทร์บอกตามตรง แม้รูปร่างเธอก็ไม่ใช่เล็กๆ ความหนาของชั้นไขมันก็จัดว่ามากอยู่ พลิกตัวทีก็รู้กันไปหมด ยิ่งในอ้อมแขนเขาที่ยังไม่หลับ

“ไม่ขยับ จะพลิกก็พลิกเลย พี่จะพยายามทำตัวให้ชิน อีกหน่อยจะได้ไม่ต้องปรับตัวเยอะไง” เรณุวัฒน์ไม่คลายกอดกลับยิ่งกอดแน่นกว่าเดิม

“อ่ะ พี่เรอ่ะ พูดเรื่องอะไร ดาวไม่เห็นจะเข้าใจเลย” ละอองจันทร์แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพยายามบอก

“อ้าว อีกหน่อยก็จะต้องอยู่เตียงเดียวกันทุกคืนแล้วนี่ มันก็ต้องแบบนี้แหละ”เรณุวัฒน์ก็ทำมึนไม่รู้เรื่องที่เธอพยายามสื่อ

“พี่เรบ้า ใครจะไปนอนเบียดกับตัวเองทุกคืนล่ะ” ละอองจันทร์พยายามถอยออกมา แต่คงยากเพราะเขาเล่นกอดเอาไว้แน่น “ปล่อยเลย คนขี้ตู่”

“อ้าวเหรอ ขี้ตู่เป็นอะไร พี่ไม่เข้าใจ” เรณุวัฒน์ทำเป็นไม่เข้าใจแล้วทำมึนกอดต่อไป เขาอยู่เมืองไทยนานพอเข้าใจ เพียงแต่ยังพูดไม่ชัดเท่าคนที่อยู่มานานกว่าเขาเท่านั้น

“ก็...”ละอองจันทร์กำลังจะอธิบายแต่เห็นเขาแกล้งกอดเธอแน่นก็พอรู้ แม้ไม่ต้องเห็นสีหน้า “ปล่อยเลย ทำเป็นไม่เข้าใจได้ไง ปล่อยนะ”

“ไม่ปล่อย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วเป็นหมอนข้างให้พี่กอดนิ่มๆ ต่อเถอะนะจ๊ะ” เรณุวัฒน์พยายามปล้ำกอด เพราะเธอดูจะไม่ยอมให้กอดเหมือนตอนแรกแล้ว

“ไม่เอาอ่ะ ปล่อยนะ” ละอองจันทร์เห็นเขาพยายามกอดเธอจริงจังก็รีบถอยห่าง เพราะกลัวจะบานปลาย แต่พอเขากอดเธอได้อีกครั้ง ก็ต้องปล่อยเลยตามเลย

เรณุวัฒน์เห็นเธอนิ่งผิดปกติก็ขมวดคิ้ว แล้วรู้สึกถึงจังหวะหัวใจเต้นแรงก็นึกได้ ก่อนถอนหายใจ “อย่ากลัวไปเลย พี่ไม่ทำอะไรดาวหรอก จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากหนุ่มๆ สาวๆ ในครอบครัวดาวนะ พี่ยังอยากมีชิ้นส่วนครบถ้วนจนกว่าจะได้แต่งงานกับดาว”

ละอองจันทร์หัวเราะเบาๆ ก่อนนึกขึ้นได้ “เอ่อ...ดาวไม่เคยบอกว่าจะแต่งงานกับพี่นะคะ ดาวพูดเหรอ”

“อ้าว ไม่รู้ล่ะ พี่ว่าดาวยอมรับอ้อมๆ แล้วนะ” เรณุวัฒน์ทำมึน ไม่มีหน้าเสีย

เขาคิดว่าเขาเริ่มคุ้นกับคำพูดเธอมากพอ ที่จะเข้าใจได้ว่าอันไหนเธอพูดจริงจัง...อันไหนเธอพูดเล่น

หากคราวนี้ละอองจันทร์พูดจริง เพียงแต่เธอนิ่งเงียบในความมืด แล้วซุกตัวในอ้อมกอดเขาด้วยความคิดนิ่งงัน

‘ผลจะเป็นอย่างไร...ไม่อาจบอกได้’ เธอไม่รู้ว่ารักเขาไหม แต่เพียงความรู้สึกดีจะเพียงพอให้เขายังต้องการอยู่กับเธอหรือเปล่า...เธอไม่แน่ใจ

ความรักต้องการอะไรมากหรือเปล่า...เธอไม่รู้ แต่ชีวิตแต่งงานต้องการอะไรมากกว่าความรักฉาบฉวยแน่นอน

************************************************

ตามตะวัน ณ จันทร์พันดาว15แต่งสรรค์ปั้นข่าว

สีหน้าแห่งความสุขฉายชัด เมื่อพี่สาวจัดการทุกอย่างอย่างดี แม้วันที่เขาต้องมาพร้อมเธอ เขาจะเจออุบัติเหตุทางการค้าทำให้มาไม่ได้ก็ตาม แต่วันกลับเขาก็ได้กลับพร้อมเธอ

เขาจอดรถไว้ที่สนามบิน และรู้ว่าพี่สาวเขาเป็นคนมาส่งเธอ ทำให้เธอต้องกลับพร้อมเขา และเพียงเท่านี้เขาก็ได้เข้าไปในบ้านเธอในฐานะอื่น

“อะไรจะอารมณ์ดีปานนั้นคะ” ละอองจันทร์ฟังเขาผิวปากแล้วก็ต้องขมวดคิ้วกึ่งๆ เอ็นดูนิดๆ

“ก็ต้องอารมณ์ดีสิ ได้ไปเที่ยวกับดาวแล้วก็ที่สำคัญวันนี้น่าจะได้รับอนุญาตให้คบกับดาวด้วยล่ะ” เรณุวัฒน์เดินโอบไหล่เธอเข้าบ้าน

สิ่งที่เขาประหลาดใจที่สุดคือ...พี่ชายคนโตเดินเข้ามากระชากเธอออกไปจากเขา แล้วอาหนุ่มของเธอเดินเข้ามาชกหน้าเขาด้วยความโมโห ขณะที่พี่ชายคนรองของเธอก็กอดอกมองแล้วไม่เข้ามาช่วย

“นี่มันอะไรคะ พี่จันทร์” ละอองจันทร์จะเข้าไปห้าม แต่พี่ชายคนโตดึงไว้แล้วกอดอกยืนมองเฉย

“ก็แค่สอนบทเรียนให้กับผู้ชายโง่ๆ เวลารักใครสักคนน่ะสิ” ปิ่นศิวะยึดกอดน้องสาวเอาไว้แน่น ไม่ยอมให้เข้าไปวุ่นวาย

“พี่จะบ้าเหรอ หยุดนะ ป๋า พอได้แล้วอาเล็ก” ละอองจันทร์โกรธจัดที่ทุกคนทำเกินกว่าเหตุ

เรณุวัฒน์ไม่ตอบโต้แม้จะงุนงงอยู่ในที เขาทำได้แต่ปัดป้อง หากดูเหมือนอาของเธอจะรู้ว่าต้องทำอย่างไรให้เขาเจ็บตัว เพื่อให้หลาบจำ

“หยุดนะ พอได้แล้ว” เจนติมารีบลงมาดูเมื่ออิ่มวิ่งเข้าไปเรียก ก่อนรีบเข้าไปห้าม

“ป๋าพอเถอะ ไหนว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วไง ทำไมป๋าต้องซ้อมพี่เรเขาแบบนี้ด้วยล่ะ” อิ่มรีบห้ามสามีทันทีที่มีโอกาสและมีคนสมทบ

“มันควรเจอแบบนี้” อภิชาตหยุดและกระแทกลมหายใจอย่างแรง

“นี่มันอะไรกัน ทำไมทุกคนจะต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะ พี่เรไปทำอะไรให้” ละอองจันทร์กอดอกมองทุกคนทันทีเมื่อพี่ชายปล่อย

เรณุวัฒน์ก็งงไม่แพ้กับเธอ ขณะที่พี่สาวพยายามดูว่าน้องชายเป็นยังไงบ้าง เขาไม่พูด เพราะรู้ว่ายิ่งพูดก็ยิ่งมีแต่เสีย รอฟังดีกว่าว่าทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะอะไร

“เจนพาดาวขึ้นไปชั้นบน พวกผู้ชายจะคุยกัน” ปิ่นศิวะออกคำสั่ง ด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น

วันนี้เป็นเช้าที่ทั้งหมดอารมณ์เสียกับสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดกับน้องสาวคนเล็กของทุกคน...

“ไม่ จนกว่าดาวจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” ละอองจันทร์ไม่ยอมจะถามให้รู้เรื่อง

“ดาวขึ้นไปก่อนเถอะ พี่ว่า” เจนติมาหันไปเตือนน้องสามี ก่อนกระซิบกับน้องชาย “เอ่อ เรใจเย็นๆ นะ แล้วพี่จะช่วยพูดให้”

เรณุวัฒน์เพียงสบตาพี่สาวแล้วพยักหน้า ก่อนมองละอองจันทร์แล้วพยักหน้าให้เธอ ขณะที่ละอองจันทร์ส่ายหน้า แต่ยอมตามพี่สะใภ้ไปอย่างขัดใจ

ปิ่นศิวะกระแทกลมหายใจยาว รังสิมันตุ์ก็เช่นกัน ทีนี้เมื่อมองหน้าอภิชาต ซึ่งอารมณ์เย็นลงบ้าง แล้วก็ตั้งสติคุยกัน

“ตกลงทุกคนบอกผมได้รึยังว่ามันเกิดอะไรขึ้น” เรณุวัฒน์ลุกขึ้นยืนแล้วถามอย่างสงสัย ด้วยไม่รู้ว่าตัวเองต้องเจ็บตัวเพราะอะไรกันแน่

ปิ่นศิวะถอนหายใจแรงๆ อีกครั้ง ก่อนพยักหน้าให้ทุกคนนั่งลง “อ่านข่าวรึยัง”

“ยังครับ” เรณุวัฒน์ฟังแค่นี้ก็งุนงงหนัก แต่พยายามเชื่อว่าทั้งสามคนมีเหตุผลที่ดีในการรักและต้องการดูแลละอองจันทร์ตามหน้าที่ ก่อนมองหนังสือพิมพ์ข่าวซุบซิบ

‘รักสามเศร้าหรือสุขสันต์อัศจรรย์หญิงหนึ่งชายสอง...ไฮโซสาวชื่อดังพากันไปสวีทหวานกับทายาทกลุ่มธุรกิจที่ได้ชื่อว่ารักสนุก หรือจะเชิญชวนกันตั้งคลับลับเพื่อค้นหาความหรรษาแบบใหม่ให้ชีวิตกันหนอ’

เขาอ่านข่าวด้วยความรู้สึกขยะแขยงคนปั้นข่าว ก่อนมองภาพในห้องอาหารที่ถ่ายกลุ่มพวกเขาร่วมสังสรรค์กันก่อนลากันด้วยดี วางคู่กับภาพละอองจันทร์ถ่ายกับศิลาในสวนกอดกัน แล้วภาพที่เขาจูบกับเธอที่น้ำตก

เขานิ่งอึ้งและเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น รวมทั้งเข้าใจว่าทำไมอาเธอต้องใจร้อนแล้วชกเขา ขณะที่พี่ชายทั้งสองคนของเธอไม่ห้าม ทั้งหมดเพราะเขาผิดเอง

“ถ้านายยังมีความเป็นลูกผู้ชายอยู่บ้าง ก็หัดจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ก่อนที่ดาวจะเสียหายไปมากกว่านี้ แล้วค่อยมาคุยเรื่องที่นายจะยังไงกับดาว” ปิ่นศิวะเข้าใจ แต่ก็ไม่ยอมให้เกิดความเสียหายกับน้องสาว

หลังจากรู้เรื่องข่าว ก็ได้คุยกับภรรยามาแล้วเรื่องแผนที่แอบเตรียมการเที่ยวครั้งนี้อยู่บ้าง แต่ที่เขาปล่อยให้อาหนุ่มทำร้ายน้องชายภรรยา ก็เพราะเขาไม่ต้องการให้ทุกอย่างเลวร้ายสำหรับน้องสาวคนเดียวของเขา

“ผมเข้าใจแล้วครับ” เรณุวัฒน์ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากบ้าน

ชีวิตมันไม่ง่ายดายจริงๆ เขาไม่รู้ว่าข่าวต่างๆ หลุดไปได้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ มีคนจงใจแกล้งละอองจันทร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาต้องหาให้เจอว่าเป็นใคร

ไม่มีใครห้ามอีก ต่างก็รอดูผลว่าจะเป็นอย่างไร ขณะเดียวกัน ทั้งหมดวางแผนตามหาต้นตอของข่าว บางทีอาจมีอะไรมากกว่าอารมณ์หึงหวงไร้สาระ เพราะตระกูลจิรวดีก็ใช่จะมีแต่มิตรเท่านั้น

************************************************


เสียงถอนหายใจดังขึ้นในรถ ขณะที่เขาก็ต้องตกใจเมื่อขับออกมาถึงเกือบปากซอย ที่ที่เขาเคยทำร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ชีวิตเรียบง่ายเก่าๆ ก่อนที่จะเจอกับหญิงสาวร่างอวบที่ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไป

มันอาจจะดีกว่านี้ถ้าเขาไม่ไปสะดุดอารมณ์ฉุนเฉียวของเธอ เพราะความเข้าใจผิดของเขาและนิสัยตั้งมั่นอยู่บนคานของเธอ ก็ทำให้เขาอยากเอาชนะ ทว่าการเอาชนะไม่ใช่เรื่องของความรัก แต่กลับนำเขาไปสู่ความรักได้เช่นกัน

ผู้หญิงที่ไม่สนใจว่าเขาจะเป็นทายาทเศรษฐี เป็นนักเรียนนอกที่อยากใช้ชีวิตเรียบง่าย หรือแม้กระทั่งญาติทางพี่สะใภ้ หากเธอเพียงต้องการความสงบ ที่เขาก่อกวนมันวุ่นวายอยู่ในเวลานี้

“เป็นอะไรไปคะ” ละอองจันทร์ค่อยๆ โผล่ออกมาจากเบาะหลัง ก่อนมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน หลังจากฟังพี่สะใภ้ทั้งสองกับอาสะใภ้อีกหนึ่งล้อมวงมาเล่า “อย่าคิดมากเรื่องข่าวบ้าๆ นั่นเลยนะคะ”

เรณุวัฒน์รีบหาที่จอดรถ ก่อนที่เขาจะเผลอทำให้เกิดอุบัติเหตุเข้า “อะไรกัน ดาว มาได้ยังไงเนี่ย”

“ก็แอบมาค่ะ ดาวเซ็งเลยที่กลับมาแล้วต้องเจออะไรบ้าๆ แบบนี้ แถม พวกพี่ๆ ก็ทำเหมือนเป็นเผด็จการด้วย ดีที่อาน้อย อาชาญกับย่ามาไปเยี่ยมบ้านอาชาญที่ต่างจังหวัด ไม่งั้นดาวได้เครียดตายอยู่กับบ้านแน่ๆ ค่ะ” ละอองจันทร์อธิบาย ก่อนลงจากรถแล้วเปลี่ยนมานั่งด้านหน้า

“เฮ้อ พี่ยอมรับว่ามันทุเรศมาก ภาพที่เอามาเรียงเหตุการณ์ก็ดูออกว่าจงใจทำลายชื่อเสียงดาว พี่จะจัดการคนที่ทำแบบนั้นมาให้ได้” เรณุวัฒน์เอื้อมไปแตะไหล่เธอ ก่อนออกรถอีกครั้ง “ว่าแต่จะให้พี่กลับไปส่งบ้านไหม พี่จะได้กลับรถ”

“ไม่ค่ะ กลับไปก็โดนเทศน์อีก ดาวว่าไปบ้านพี่ดีกว่า มีห้องว่างให้ดาวค้างสักคืนไหมคะ” ละอองจันทร์หาที่หลบภัยแบบไม่อยากให้วุ่นวาย เธอเขียนจดหมายบอกไปแล้วก็รีบออกมาซ่อนอยู่ที่เบาะหลังรถเขา

“มีอยู่แล้วจ๊ะ ห้องใหญ่ที่สุดในบ้านเลยเชียว อืม เดี๋ยวพี่โทรสั่งที่บ้านทำอาหารไว้รอดีกว่านะ เผื่อดาวหิว” เรณุวัฒน์ตอบอย่างอารมณ์ดีขึ้น

ปัญหาต่างๆ คงต้องวางไว้ก่อน แล้วเก็บเกี่ยวความสุขที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะมาถึงอีก...

ทันทีที่ถึงบ้านเขาก็ยิ้มยินดีที่แม่ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แล้วยังไม่กลับในอีกวันสองวันข้างหน้าแน่นอน ทว่าเมื่อเข้าไปในห้องรับแขกเห็นแอนนั่งอยู่ เขาก็แทบบ้าในทันที

ละองจันทร์เห็นเพื่อนนั่งอยู่ก็เฉยๆ เดินไปหาที่หาที่ยืนสงบอยู่อย่างเงียบๆ

แอนเข้ามาเกาะแขนแสดงความเป็นเจ้าของก่อนตัดพ้ออย่างมีจริต “นี่มันอะไรกันคะ ข่าวเป็นความจริงเหรอคะ เนี่ย อ๋อ หรือว่าพี่นิยมสนุกแบบนั้นเหมือนกันคะ”

“ก็คงไม่เท่ากับเธอหรอกน่า ยัยแอน” ละอองจันทร์หัวเราะเยาะกับความไร้สาระของเพื่อน โดยไม่สนใจว่าใครจะทำให้เธอเสียชื่อมากกว่าที่เป็นอยู่อีก

“พูดอะไรให้มันระวังปากหน่อยนะ เธอ” แอนอยากพูดให้มากกว่านี้แต่ก็เกรงว่าจะเป็นเรื่องให้เขาเข้าข้างหล่อนมากไปอีก

“พอเถอะ แอนกลับไปก่อนเถอะครับ วันนี้พี่กับดาวกลับมาเหนื่อยๆ อยากพักผ่อนแล้ว” เรณุวัฒน์ไม่อยากให้เรื่องมันวุ่นวาย

เขาตัดปัญหาและไม่อยากต่อความกับแอนอีก ด้วยเกรงใจแม่เธอกับแม่เขาด้วย ที่สำคัญเขาไม่อยากหลุดว่าเธอแม้มันจะสมควรก็ตาม

แอนขมวดคิ้ว แล้วกอดอกขัดใจก่อนถามขึ้น “อะไรกันคะ พี่ถึงกับให้เขาย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยเลยเหรอคะ แล้วนี่คุณแม่รู้รึยังคะ”

“ก็ยังไม่รู้น่ะสิ ถ้าจะให้ดี เธอช่วยโทรบอกให้เรียบร้อยด้วยนะ คุณป้าปิ่นจะได้รีบกลับมาช่วยเธอเคลียร์ปัญหาชีวิตไง เผื่ออะไรๆ จะได้ดีขึ้น แต่หวังว่าจะจัดการได้นะ” ละอองจันทร์กอดอกยิ้มเยาะ

เรณุวัฒน์เห็นบทบาทหลากหลายของเธอแล้วก็ต้องทำใจ ยามสงบ...เธอก็นิ่ง ยามร้าย...เธอก็ไม่น้อยหน้าใคร เขาจึงจับแขนของแอน ก่อนโอบพาออกมาจากบ้าน

“พี่ขอล่ะ แอนกลับไปก่อนนะ วันนี้พี่มีเรื่องมากพอแล้ว ส่วนไอ้ข่าวนั่นอย่าไปเชื่อมากนัก มันไม่มีอะไรอย่างในข่าวหรอก” เรณุวัฒน์รีบแก้แทนละอองจันทร์ แม้ตอนแรกจะคิดว่าเป็นฝีมือแอน หากเขาเริ่มรู้สึกว่าไม่น่าจะใช่

“แน่นะคะ ข่าวนั่นไม่จริงแน่นะคะ” แอนถามย้ำให้มั่นใจ

“ใช่ครับ ไม่จริงแน่นอน” เรณุวัฒน์ชักรำคาญที่ถูกตั้งคำถามราวกับเขาเป็นเด็ก แต่ขืนเขาพูดอะไรมากไปกว่านี้ก็จะวุ่นวายใหญ่โตมากกว่า

“งั้นแอนกลับก่อนก็ได้ค่ะ แต่หวังว่าพี่กับยัยดาว จะเกี่ยวข้องกันแค่เพียงญาติกันเท่านั้นนะคะ” แอนย้ำชัดในตอนท้าย ขณะที่เขาก็เพียงรับรู้

เรณุวัฒน์ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะรำคาญ จนลืมไปว่าการไม่พูดต่างหากทำให้ทุกอย่างวุ่นวาย หากตอนนี้เขามีเรื่องให้คิดมากพอแล้ว

เขามองจนแน่ใจว่าแอนจะไม่หวนกลับมาอีก ก่อนสั่งให้เด็กในบ้านปิดประตูให้เรียบร้อย แล้วกลับเข้าไปเพื่อพาละอองจันทร์ไปทานอาหาร เมื่อถึงเวลา

เขาพยายามเลี่ยงไม่พูดมาก ขณะที่ละอองจันทร์ก็นิ่งราวกับสิ่งที่แอนทำหรือพูดไม่สำคัญ จนกระทั่งเขาถามเรื่องข่าวขึ้นมา

“ดาวว่าแอนเป็นคนปล่อยข่าวนั่นหรือเปล่า” เรณุวัฒน์ถามจริงๆ บวกกับลองเชิงอยากรู้ว่าเธอคิดอย่างไรกับเรื่องนี้

“ไม่หรอกค่ะ ดาวมีคนที่ดาวสงสัยมากกว่า คนที่พยายามสร้างความปั่นป่วนให้กับครอบครัวดาวมาตลอด” ละอองจันทร์อธิบายสั้นๆ เมื่อไม่รู้ว่าเขาต้องการรู้แค่ไหน

“ใครเหรอ” เขาขมวดคิ้วสงสัย

เขาต้องยอมรับว่าเขาไม่เคยคิดจะสืบเรื่องภายในครอบครัวเธอมาก่อน นอกเสียจากข้อมูลที่เขาได้จากพี่สาวกับแม่ ที่เหลือเขาก็เรียนรู้เองจากระยะเวลาหลายเดือนที่ได้อยู่ใกล้ชิดครอบครัวนี้

“อาโกวิทค่ะ เขาเคยพยายามจะเอาที่บ้านทิวาราตรีไปขาย เพื่อให้สนามกอล์ฟที่สร้างเสร็จใกล้ๆ บ้านดาวขยายโครงการไปอีกไงคะ แล้วก็บีบให้พี่จันทร์ต้องรับข้อเสนอของพี่เจนค่ะ” ละอองจันทร์พูดตรงๆ ชัดเจน เพราะไม่มีประโยชน์อะไรจะอ้อมค้อมอีก

“อ๋อ อืม พี่ก็ว่าแอนไม่น่าจะทำ เพราะเมื่อกี้ก็ซักพี่เรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่อย่าไปคิดมากเรื่องแอนเลยนะ พี่ไม่เคยคิดอะไรกับเขา นอกจากเอ็นดูเหมือนน้องคนหนึ่ง ชีวิตส่วนตัวเขาจะเป็นยังไง พี่ก็ไม่สนใจหรอก” เรณุวัฒน์พูดตามจริง จะให้เขารังเกียจแอนก็คงทำยาก ถ้าแอนไม่เคยทำอะไรให้เขาต้องลำบากใจ

“ดาวก็ไม่คิดจะห้ามใครคบใครหรอกค่ะ เป็นสิทธิส่วนบุคคลนะคะ ดาวไม่มีสิทธิห้ามหรอกค่ะ” ละอองจันทร์ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนมองอาหารแสนอร่อยบนโต๊ะ และลงมือทาน “อาหารน่าทานทุกอย่างเลยนะคะ แม่ครัวที่นี่คงเก่งมากแน่ๆ”

“อ๋อ อยู่มาตั้งแต่สมัยคุณพ่อจ๊ะ ทำอาหารได้ทั้งไทยเทศเลยนะ อร่อยทุกอย่างเลยจ๊ะ” เรณุวัฒน์เห็นเธอผ่อนคลายกับทุกอย่างก็ค่อยโล่งใจ ดูเขาจะกังวลเรื่องเธอมากเกินไป

ละอองจันทร์ชวนคุยเรื่องอื่นมากกว่าเรื่องที่กำลังเครียดกัน เธอว่าเขาเครียดเรื่องเธอมามากพอแล้ว และคงไม่มีอะไรให้ต้องเครียดมาก

เธอปิดปากหาว ก่อนถามขึ้น “จะให้ดาวนอนห้องไหนคะ แล้วก็มีชุดไหมคะ ดาวไม่ได้เอามาเปลี่ยนค่ะ”

เรณุวัฒน์ยิ้มอย่างมีเลสนัยก่อนบอก “ก็มีอยู่ห้องเดียวแหละ สำหรับดาวโดยเฉพาะเลยนะ”

ละอองจันทร์มองสีหน้าเขาแล้วก็ขำ “บังเอิญเป็นห้องพี่ด้วยรึเปล่าคะ แน่ใจเหรอ”

“ก็นะ แน่ใจสิ อยากกอดดาวใจจะขาดแล้วนะ รอให้ทุกอย่างเรียบร้อย เราก็ไปคุยกับทุกคนที่บ้านดาวกันนะจ๊ะ” เรณุวัฒน์โอบไหล่พาเธอไปที่ห้อง แล้วก็หยิบเสื้อผ้าให้เธอ

เขาได้ยิ้มเมื่อเห็นเธอสวมเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของเขา ขณะที่ละอองจันทร์มองตัวเองอย่างตลก “รีบไปอาบน้ำสิคะ จะได้นอนกัน ไม่งั้นดาวหลับไม่รอแล้วนะคะ”

“อ๋อจ๊ะ” เรณุวัฒน์ผิวปากอย่างอารมณ์ดี และเมื่อเขาจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว ออกมาก็เจอกับเธอที่กำลังนอนหลับบนเตียงเขา เขานึกอย่างเอ็นดู ‘โธ่ น่าจะบอกว่ายังไงก็ไม่รอ’

เขามองดูเธอหลับสบายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนปิดไฟในห้อง แล้วล้มตัวลงนอน แน่นอนว่าเขาไม่คิดปล่อยให้อ้อมกอดเขาว่างเปล่า และเติมเต็มมันด้วยเธอเท่านั้น

แปลกแต่ก็จริง...ผู้หญิงที่ทำให้ชีวิตเขาปั่นป่วนกำลังทำให้เขางมงายในรัก

ละอองจันทร์ยังหลับไม่สนิทนัก เมื่อเขาสอดแขนเข้ามากอด เธอก็พลิกตัวหันไปทางเขา แล้วซุกตัวเข้าหาเขา จากนั้นก็ฟังเสียงเขาถอนหายใจ

“เป็นอะไรคะ” ละอองจันทร์ถามขึ้นอย่างสงสัย

เรณุวัฒน์จูบเรือนผมเธออย่างแผ่วเบาก่อนตอบ “พี่สบายใจน่ะ อิจฉาที่บ้านของดาวมีคนอยู่มากมาย พี่เข้าใจแล้วว่าทำไมพี่เจนถึงอยู่ที่นั่นได้อย่างสบายใจ เพราะทุกคนในครอบครัวดาวไม่มีใครรังเกียพี่เจนเลย ทุกคนต้อนรับพี่เจนอย่างดีโดยไม่สนใจว่าพี่เจนเข้าไปอยู่ที่นั่นด้วยเหตุผลใดหรือวิธีการใด”

“คนเราต้องมีความรับผิดชอบค่ะ สิ่งที่พ่อแม่หรือปู่ย่ามักสอนพวกเราเสมอ ยิ่งกับคนในครอบครัวแล้ว เรายิ่งต้องให้โอกาสเขามากที่สุด แม้พี่เจนจะเข้ามาอยู่ในครอบครัวเราด้วยวิธีการใดก็ตาม แต่ทุกอย่างก็เป็นการตัดสินใจของพี่จันทร์

การตัดสินใจคือความรับผิดชอบ และไม่ควรอาศัยข้ออ้างถึงสิ่งที่เขาทำเป็นตัวตัดสินเขาค่ะ เราเลือกของเราเอง” ละอองจันทร์ก็สำนึกในจุดนี้เช่นเดียวกัน แม้รู้ว่าการทำตามที่พูดไปนั้นลำบาก แต่ทุกคนในครอบครัวจิรวดียอมรับทั้งยังพร้อมปฏิบัติตาม

“ดีจริงๆ ที่ดาวมีครอบครัวที่แสนวิเศษ รู้ไหมว่าบ้านหลังใหญ่ที่ไม่มีใครมันเงียบเหงามากแค่ไหน บ้านที่มีแต่พี่คนเดียว อย่าสงสัยว่าทำไมพี่ไม่นับแม่ เพราะท่านไม่เคยอยู่นานหรอก ท่านเกลียดบ้านหลังนี้ เพราะท่านเข้าใจว่าพ่อไม่เคยรักท่านอย่างที่รักแม่ของพี่อลิส” เรณุวัฒน์เปิดเผยความในใจมากขึ้นเรื่อยๆ

“แล้วทำไมพี่ไม่สานความคิดให้ท่านละคะ ครอบครัวใหญ่ถ้ามัวแต่หลบเลี่ยงกันไปมา ก็รังแต่จะทำให้ชีวิตห่างเหินมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันในที่สุดนะคะ” ละอองจันทร์อธิบาย แม้จะไม่ถูกตาแม่เขาเท่าไรนัก

เมื่อทุกอย่างเริ่มต้นที่ครอบครัว...ก็อยากให้ครอบครัวยังคงอยู่กับใครหลายคนเสมอ

“อืม สักวันนะ แต่ระหว่างเรา...พี่อยากให้วันนั้นมาถึง ดาวจะมาอยู่ที่นี่กับพี่ได้ไหม มาเติมเต็มบ้านหลังใหญ่ของพี่บ้าง” เรณุวัฒน์กังวลใจอยู่ไม่น้อยเมื่อถามเธอออกไปแบบนั้น

เขาไม่แน่ใจว่าเธอจะยอมทิ้งครอบครัวที่รัก...เพื่ออยู่กับเขาไหม...

ถ้าคำตอบคือ ‘ไม่’ ...เขาก็คงต้องตามเธอไปอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่มีแต่ความอบอุ่น ทว่าบ้านหลังนี้คงกลายเป็นความน่าเศร้าไปเสีย

“ถ้าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วนะคะ แล้วถ้าพี่ยังต้องการดาวอยู่” ละอองจันทร์หลับตาลงในความมืด พักเหนื่อยอย่างอ่อนล้า

ถ้าชีวิตไม่เล่นตลกอีกครั้ง...เธอคงต้องเดินเข้าสู่ก้าวขั้นสำคัญของชีวิต ไม่ว่ามันจะเป็นทางร่วม ทางแยก หรือทางขนานก็ตาม

************************************************


เสียงเคาะประตูดังขึ้นในเช้าอีกวัน ดีที่เป็นวันอาทิตย์ หากคงเป็นวันที่ไม่ดีนัก เพราะเสียงหัวใจของคนที่มาเคาะค่อนข้างหวาดหวั่น

“มีอะไรเหรอ” เรณุวัฒน์ลุกขึ้นมาเปิดประตู แล้วถามแม่บ้านเก่าแก่

“เอ่อ คือ คุณปิ่นกลับมาแล้วค่ะ สั่งให้มาเรียนคุณเรว่าให้ลงไปพบเดี๋ยวนี้ค่ะ” แม่กิ่งไม่ค่อยชอบอารมณ์ฉุนเฉียวของคุณผู้หญิงนัก แต่ก็ต้องจำยอม

“ขอบใจ แม่กิ่งมากนะครับ เดี๋ยวผมลงไป” เรณุวัฒน์พยายามรักษาสีหน้าให้สงบนิ่ง ก่อนหันมามองหญิงสาวที่กำลังจะตกเป็นที่รองรับอารมณ์ของแม่เขาในไม่ช้า

เขาเดินจูบเรือนผมเธออย่างทะนุถนอม คาดว่าวันนี้ชีวิตเขาคงจะไม่ผ่านไปงานๆ แน่นอน

ละอองจันทร์รู้สึกถึงอ้อมกอดของเขา จึงตื่นอย่างช้าๆ ก่อนลุกขึ้นนั่ง “มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“อืม เปล่าหรอก แม่พี่กลับมาแล้วน่ะ บอกให้แม่กิ่งมาตามลงไป ดาวไปกับพี่ไหม” เรณุวัฒน์บอก และรู้ว่าเธอคงเข้าใจ เพราะลุกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำทันที

“ค่ะ” ละอองจันทร์รู้ว่าจะเจออะไร แต่ไม่ช้าไม่นานก็ต้องเจออยู่ดี...หนีไม่มีทางพ้น เพราะเป็นแม่เขา

เมื่อลงไปที่ชั้นล่างละอองจันทร์ก็ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ แล้วไม่ทักทายอดีตเพื่อน จากนั้นก็เดินไปหาที่นั่ง ขณะที่เรณุวัฒน์ก็ยกมือไหว้แม่แต่ไม่พูดอะไรก่อน เขารู้ว่าถ้าเขาเริ่ม...มันจะต้องมีเรื่องแน่นอน

“หนูดาวทำไมถึงมานอนค้างที่บ้านกับลูกแบบนี้ ไม่คิดบ้างเหรอ ยังไงหนูดาวก็ญาติเรานะ เกรงใจพี่เขยเราบ้างสิ” ปิ่นมณีพูดเหมือนเป็นผู้ใหญ่ใจดี แต่น้ำเสียงนั้นออกไปในทางตรงกันข้ามและกำลังตำหนิทั้งสองอยู่

ละอองจันทร์ไม่เห็นว่าเป็นความผิด เพราะทั้งเขาและเธอต่างก็บรรลุนิติภาวะแล้ว ทั้งยังอายุเกินยี่สิบห้า และดูแลกิจการครอบครัวได้เป็นอย่างดี ต่างจากผู้หญิงอีกคนที่กำลังยืนอยู่ข้างๆ แม่เขา ที่ไม่ทำงานทำการและผลาญเงินครอบครัวทิ้งเพื่อความสนุกไปวันๆ

“ผมจริงจังกับดาวครับ แล้วพรุ่งนี้ดาวก็จะกลับบ้านแล้ว” เรณุวัฒน์ตอบตามตรง แต่ไม่อยากอธิบายให้ปวดหัวอีก

“พี่เรพูดแบบนี้ได้ยังไงคะ ยัยดาวมันไม่มีดีอะไรหรอกค่ะ มันมั่วจะตาย แกล้งทำเป็นเงียบๆ แต่จริงๆ มันก็เก็บไว้เป็นความลับมากกว่า” แอนได้ทีรีบพูดใส่ความ

“แอน พอเถอะ เรื่องเกี่ยวกับดาวพี่รู้หมดนั่นแหละ” เรณุวัฒน์ดักคอขึ้น และไม่อยากให้แอนเข้ามาวุ่นวายมากกว่านี้

“รู้หมด อืม แม่เข้าใจแล้ว งั้นก็ไม่แปลกใช่ไหม ถ้าลูกจะลงไปมั่วโลกีย์กับผู้หญิงที่มีพี่ชายเป็นผู้ชายขายตัว แม่ขอร้องเถอะ แค่ยัยเจนคนเดียว...แม่ก็สมเพชเวทนาที่หลับหูหลับตารักผู้ชายที่หวังแต่เงิน เชอะ ตระกูลนี้ก็คงเหมือนๆ กันหมดนั่นแหละ” ปิ่นมณีแสดงสีหน้าชัดเจนแบบไม่ไหว้หน้า

“สินค้าเกรดต่ำ ได้ง่ายก็เปลี่ยนง่ายจริงไหมคะ คุณป้า” แอนก็รีบรับเข้าเป็นลูกคู่

เรณุวัฒน์นิ่งอึ้งไม่คิดว่าแม่เขาจะกล้าพูดจาแบบนี้ต่อหน้าเธอ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เพราะเมื่อแม่เขาพูดจบ ก็ได้ยินเสีงของแตกด้านหลัง

ละอองจันทร์ผลักแจกันจีนราคาแพงตกแตก ก่อนมองหน้าแม่เขาอย่างใจเย็น สีหน้าเรียบเฉยนั้นซ่อนความโกรธถึงขีดสุด

“หยุดนะ นังดาว แกมีสิทธิอะไรมาทำข้าวของในบ้านฉัน เงินที่พี่ชายแกเอาไปจากลูกสาวฉัน พวกแกยังไม่มีปัญญาคืนเลย ของนั่นก็หลายบาทนะยะ” ปิ่นมณียังด่าต่อไป

ละอองจันทร์ไม่พูดมาก เดินไปที่แจกันอีกใบบนตู้โชว์ แล้วผลักตกลงมาแตกอีกด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“หยุดนะ แกเป็นบ้าอะไร นังดาว” แอนตกใจรีบประคองคนแก่ที่กำลังทรุดลงด้วยเสียดาย

“พอเถอะดาว” เรณุวัฒน์พยายามดึงแขนเอเอาไว้ ทว่าเธอก็ไม่หยุด พยายามจะเดินเข้าหาแจกันและเครื่องเบญรงค์ใบแล้วใบเล่า

“นังโสเภณี อีบ้า” ปิ่นมณีกรีดร้องด่าใส่ละอองจันทร์หนักข้อเข้า

ละอองจันทร์หยุด ก่อนเดินเข้าไปหา เรณุวัฒน์ต้องพยายามยึดร่างเธอเอาไว้ ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปตบแม่เขา

“ปล่อยค่ะ ดาวไม่ทำร้ายร่างกายใครหรอก แล้วก็จำไว้ด้วยว่า คนอย่างคุณมันต่ำชั้นยิ่งกว่าฉันอีก ทิ้งลูกเลี้ยงให้ต้องป่วยจนตาย ทิ้งลูกสาวไว้ให้เงียบเหงาอยู่กับบ้าน เพราะความเอาแต่ใจของตัวเอง

ถามหน่อยเถอะ คุณดีกว่าฉันแค่ไหน อ๋อ รู้แล้ว ดีตรงที่คลอดลูกดีๆ ออกมาถึงสองคนไง แล้วก็ไปร่าเริงอยู่เมืองนอก กระเตงลูกชายผลาญเงินที่สามีหามาให้ โดยไม่สนใจเลยว่ามันหายากลำบากแค่ไหน” ละอองจันทร์ฉุนขาดจนหยุดไม่อยู่แล้ว

“พอเถอะ ดาว ขึ้นไปข้างบนก่อนนะ เดี๋ยวพี่พากลับบ้าน” เรณุวัฒน์พยายามล็อกตัวเธอแล้วจะพาขึ้นไป

แม้สิ่งที่เธอพูดจะถูกต้อง แต่มันก็รุนแรงเกินไป สำหรับคนที่ใช้ชีวิตสบายมาตลอดชีวิต โดยไม่ได้ตระหนักถึงความยากลำบากของคนที่เลี้ยงดูมา

“ถึงว่าถึงคบกันได้ ก็เป็นพวกเดียวกันนี่ ไม่เคยหาเงินด้วยตัวเอง ดีแต่ผลาญเงินที่คนในครอบครัวหามาให้ แล้วก็มานั่งด่านั่งกะเกณฑ์ให้คนอื่นเขาทำตามที่ตัวเองต้องการ” ละอองจันทร์ไม่ยอมง่ายๆ ก็พยายามจะด่าต่อ จนเขาต้องกอดแล้วอุ้มไว้ พาขึ้นชั้นบนไป

เมื่อถึงในห้อง เขาก็วางเธอลง มองเธอด้วยความประหลาดใจ ก่อนยกมือขึ้นลูบหน้า เพราะไม่รู้ว่าควรพูดอะไร

ต่างฝ่ายต่างก็แรงใส่กัน..คนกลางอย่างเขาไม่รู้จะทำอย่างไรดี เมื่อเจอผิดกับผิด แล้วคนหนึ่งก็แม่...ส่วนอีกคนก็ผู้หญิงที่เขาคิดจะฝากชีวิตไว้

“ดาวกลับแล้วนะคะ” ละอองจันทร์เดินไปหยิบเสื้อผ้าชุดเก่า ที่แม่กิ่งเอาขึ้นมาให้ก่อนที่จะออกไปที่สนามรบ แล้วพยายามจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ แต่เขาก็รั้งเธอเอาไว้แล้วกอดจากด้านหลัง

“ดาว อย่าทำแบบนี้ได้ไหม อย่าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พี่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันกระทบจิตใจดาวมาก แต่สิ่งที่ดาวพูดก็กระทบจิตใจแม่พี่เหมือนกัน พี่อยู่ตรงกลาง พี่ลำบากใจ” เรณุวัฒน์พูดกับเธอตรงๆ

“ค่ะ ดาวรู้ ดาวคิดว่าดาวไม่พูดจะดีกว่า ดาวไม่รู้ว่าควรขอโทษพี่หรือเปล่า แต่แม่พี่ทำเกินไปแล้วจริงๆ จะด่าดาวยังไงก็ได้ แต่ทำไมต้องด่าพี่จันทร์พี่เจนด้วย” ละอองจันทร์พยายามกลั้นสะอื้น แต่ไม่อาจกลั้นน้ำตาได้

ยิ่งเขาแสดงออกว่ารักเธอมากแค่ไหน...เธอก็ยิ่งรู้สึกว่ามันคือปมที่ยิ่งผูกยิ่งพันกันยุ่ง และคงยากที่จะแก้มันออกหรือคลายให้เบาบาง

“ดาว” เรณุวัฒน์เพิ่งเคยเห็นเธอร้องไห้ เขามองก่อนกอดเธอเอาไว้แน่น

ถ้าเขาไม่รักเธอ แล้วทำไมเมื่อเธอร้องไห้เจ็บปวด เขาจึงรู้สึกเจ็บปวดไปกับเธอได้

ละอองจันทร์พยายามหยุดร้องไห้ เธอต้องเข้มแข็งให้เหมือนกับที่เป็นมาเสมอ จึงฮึดตัดใจพูดกับเขาอย่างสงบ “ดาวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ เดี๋ยวดาวก็จะกลับบ้านแล้วค่ะ”

เรณุวัฒน์พยักหน้าช้าๆ ก่อนตัดสินใจอะไรบางอย่าง เขามองออกไปด้านนอกหน้าต่างแล้วตัดสินใจเด็ดขาด...

ละอองจันทร์ออกมาจากห้องน้ำ เห็นเขาวางกระเป๋าไว้ใบหนึ่ง ก็ขมวดคิ้ว “อะไรคะ พี่จะไปไหนอีกคะ”

“อืม พี่อาบน้ำก่อนนะ” เรณุวัฒน์ไม่ตอบ เพาะถ้าตอบก็เดาได้ว่าเธอจะห้าม จึงเลี่ยงเดินเข้าห้องน้ำแทน

ละอองจนทร์ได้แต่ถอนหายใจ เมื่อบ้านโน้นก็มีปัญหา บ้านนี้ก็มีปัญหา...

เธอพอแล้ว...

ไม่ห้าม...ไม่พยายามทำอะไรอีกแล้ว ด้วยตอนนี้หัวใจเธออ่อนล้าเกินไปแล้ว ทั้งที่เธอควรได้พัก เพราะวางแผนทำตามคำแนะนำของจีจี้ หากดูเหมือนโชคชะตาจะไม่ต้องการให้หัวใจเธอได้หยุด

************************************************


ทันทีที่เขาออกมา ก็หยิบกระเป๋าใบย่อมแล้วโอบไหล่เธอลงไปด้านล่าง มองแม่กิ่งที่กำลังเก็บกวาดซากวัตถุที่เคยมีราคาตามความเข้าใจของมนุษย์สังคม

“ดาวไปรอพี่ในรถเถอะ พี่มีอะไรจะคุยกับแม่พี่หน่อย” เรณุวัฒน์ดันหลังเธอหลังจากส่งกุญแจให้

“พี่หูหนวกตาบอดไปแล้วรึไง นังดาวมันด่าแม่พี่ปาวๆ จนคุณแม่เสียใจมากนั่งนิ่งแบบนี้ พี่ยังจะเอาใจมันอีกเหรอคะ” แอนพยายามที่จะชี้ให้เขามองอดีตเพื่อนที่เธอเกลียด

“พอเถอะ แอน ให้มันจบซะทีเถอะ” เรณุวัฒน์พยายามหยุดทุกคน

ละอองจันทร์หันกลับมาแล้วมองด้วยสายตานิ่งเฉย “จำไว้นะ แอน เพราะเธอทำให้ฉันต้องอยู่ในฐานะแบบนี้ เตรียมใจรับความหรรษาของชีวิตได้เลย”

“เธอพูดเรื่องอะไร” แอนขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

“อะไรที่เธอทำกับฉัน ฉันจะทำให้เธอได้ลิ้มรสแบบเดียวกัน” ละอองจันทร์หันหลังแล้วเดินออกไปรอเขาที่รถ โดยไม่สนใจว่าใครจะตีความอย่างไร

แม้แอนจะเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกม แต่ละอองจันทร์ไม่คิดจะปล่อยให้ใครเล่นงานตัวเองกับครอบครัวแบบนี้อีกแล้ว...เตรียมสนุกกับแต่ละคนก็แล้วกัน

เรณุวัฒน์พยายามไม่ใส่ใจคำพูดของละอองจันทร์มากนัก ก่อนเดินไปหาแม่ แล้วหยิบบางอย่างออกมา หลังจากกราบที่ตัก “แม่ครับ ดาวคือผู้หญิงที่ผมรัก ผมอยากเข้าข้างแม่เหมือนที่ทำเสมอเวลาที่แม่ทะเลาะกับพ่อ แต่คราวนี้แม่ทำเกินไปจริงๆ

มีบางอย่างที่ผมอยากให้แม่ลองอ่านดู เผื่อแม่จะมีสติ แล้วเลิกทำเลิกพูดอย่างที่แล้วๆ มาบ้าง ผมเห็นใจแม่มาเสมอ เพราะแม่เข้าใจว่าพ่อไม่เคยรักแม่ เหมือนที่ตากับยายก็ไม่เคยสนใจแม่

แต่บันทึกเล่มนี้แล้วก็อีกหลายเล่มในห้องหนังสือ มีความจริงที่แม่ไม่อยากแตะต้องอยู่ ถึงเวลายอมรับความจริงได้แล้วครับ” เรณุวัฒน์พยายามกล่อมกลับถูกแม่ตบหน้าอย่างแรง

เขาทำได้เพียงถือกระเป๋าใบย่อมเดินออกจากบ้าน...

ปิ่นมณีกอดสมุดบันทึกเอาไว้อย่างเลื่อนลอย แล้วพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนแม่กิ่งเข้ามาช่วยเหลือพาไปในทิศทางที่คุณผู้หญิงต้องการ...ห้องหนังสือ

แอนได้แต่นิ่งอึ้ง จะทักท้วงยังไงก็ดูเหมือนเพื่อนแม่จะไม่ฟังอะไรอีก จึงได้แต่กลับบ้านอย่างมึนงง หลังจากถูกแม่กิ่งถากถางพร้อมไล่อย่างสุภาพ

************************************************

ตามตะวัน ณ จันทร์พันดาว16ความเข้าใจ?

ละอองจันทร์มองบ้านอย่างหนักใจ กลับมาก่อนที่เขียนบอกไว้ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เพราะกลายเป็นผิดสังเกตอีก แต่เห็นทีเธอจะต้องยอมรับตามตรงซะแล้ว

ทันทีที่เธอลงจากรถ พี่ชายสองคนก็ออกมารอ ก่อนเงยหน้าขึ้น แล้วเดินไปหา “กลับมาแล้วค่ะ”

ปิ่นศิวะส่ายหน้า ก่อนโอบกอดน้องสาวเอาไว้ “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”

รังสิมันตุ์รอจนถึงคิวตัวเองก็กอดน้องสาวเอาไว้ “พี่ขอโทษที่เมื่อวานทำไม่ดี เป็นใครก็ต้องโมโหถ้าน้องสาวต้องเจอกับอะไรแบบนั้นอ่ะนะ”

“ดาวเข้าใจค่ะ แต่ดาวไม่อยากถูกใครพิพากษาอีก” ละอองจันทร์คลายกอดจากพี่ชาย ก่อนหันไปมองคนที่ยืนรออยู่ที่รถ “พี่คะ ดาวขอนะคะ อย่าทำอะไรพี่เรอีกเลย เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย”

“ไม่หรอก เมื่อวานพวกพี่ก็โกรธล่ะ แต่พอดาวหนีออกจากบ้านตามเขาไป พี่ก็คิดได้แล้วว่าควรสงบสติมากกว่านี้” ปิ่นศิวะเน้นทุกคำ แล้วก็มองน้องภรรยาก่อนถอนหายใจ

“ดาวบอกให้นายเรเข้าบ้านเถอะ ตอนนี้มีแต่พวกพี่ พี่เจน ปอแก้วล่ะ อาเล็กเครียดๆ ก็เลยพาอิ่มออกไปข้างนอกแล้วล่ะ” รังสิมันตุ์บอกไปตามเรื่อง แล้วก็แอบซ่อนความในใจกันเอาไว้

เสียงรถเคลื่อนเข้ามาอีกคันทำให้ทุกคนงง เรณุวัฒน์มองก็แปลกใจ แต่เห็นอาหนุ่มของเธอลงจากรถพร้อมภรรยาสาว ก็นึกรู้ชะตากรรมอยู่บ้าง

อภิชาตไม่มองหน้าจำเลย หันไปหาหลานสาวแทน “กลับมาแล้วเหรอ”

“อ้าวไหนว่าจะพาอิ่มเที่ยวไงฮะ” รังสิมันตุ์ขมวดคิ้วสงสัย

“พอดีอาเซ็งๆ เลยซื้อรถใหม่แล้วกลับมาเนี่ยแหละ” อภิชาตไม่อยากให้วุ่นวาย เห็นภรรยาบอกอยากได้รถคันนี้มานานก็เซ็นเช็คซื้อให้เลย

“เอ่อ คือ พี่เรขอมาค้างที่นี่นะคะ พอดีมีปัญหานิดหน่อยค่ะ” ละอองจันทร์ทะลุปล่องขึ้นมาทันที เพราะคนรอก็รอจนหน้าแห้งไปหมดแล้ว

“อิ่มเข้าไปในบ้านก่อนนะ” อภิชาตบอกภรรยา ก่อนหันไปมองต้นเหตุอย่างขุ่นเคือง และบอกต่อ “เราสามคนตามอาไปที่ห้องทำงานหน่อย เราต้องคุยเรื่องนี้ให้เคลียร์ก่อนที่แม่จะกลับมา”

สิ่งที่ทุกคนกังวลตอนนี้ไม่ใช่อารมณ์ที่เกิดขึ้น แต่เป็นความรู้สึกของคนสูงวัยในบ้านมากกว่า เมื่อปัญหาเกิดแล้วต้องการปิดผู้ใหญ่ก็ต้องคิดอ่านให้รอบคอบ

“ได้ค่ะ” ละอองจันทร์ตอบรับแล้วปล่อยให้ชายหนุ่มทั้งสามของบ้านเข้าไปก่อน จากนั้นก็เดินไปบอกเรณุวัฒน์ที่ยืนรออยู่ “พี่เรเข้าไปอยู่กับพี่เจนก่อนนะคะ บอกพี่เจนเรื่องแม่พี่ด้วยก็ดี บางทีแม่พี่อาจต้องการพี่เจน”

เรณุวัฒน์พยักหน้า เขาคิดไม่ผิด ถึงตอนนั้นเธอจะใจร้ายต่อว่าแม่เขาไปหลายคำ หากตอนนี้พออารมณ์สงบลง เธอก็ยังคงเป็นคนที่รักครอบครัวเสมอ...

************************************************


บรรยากาศภายในห้องดูตึงเครียด เมื่อคนที่อายุมากที่สุดนิ่งเงียบ ทั้งที่ปกติเป็นคนใจร้อนโวยวายกับครอบครัวเสมออย่างเปิดเผย แม้กับคนอื่นจะไม่ทำก็ตาม

“ดาวทำแบบนี้คิดว่าย่าจะรับได้เหรอ” อภิชาตถามเข้าประเด็นทันทีหลังจากตั้งสติได้

“ดาวไม่ได้ทำอะไรค่ะ เพราะดาวจะไม่คิดอะไรอีกแล้ว ยิ่งดาวพยายามแก้ ก็ดูเหมือนทุกอย่างจะวุ่นวายกว่าเดิม” ละอองจันทร์ไม่พยายามอีกแล้ว เพราะเธอแบกรับอะไรหลายอย่างมากเกินไปแล้ว “ดาวจะไม่รับผิดชอบกับข่าวบ้าๆ นั่นด้วย ใครจะว่ายังไงดาวจะไม่สนใจอีกแล้ว”

“ใจเย็นๆ สิ ดาว” รังสิมันตุ์พยายามกล่อมน้องสาวให้ใจเย็นลง

“ถ้ามีปัญหามากๆ ดาวจะไปอยู่ที่อื่นค่ะ” ละอองจันทร์สติแตกไปแล้วจึงดื้อดึงไม่ยอมฟังอะไรอีก ก่อนน้ำตาร่วงผล็อยออกมา

“ดาว” ปิ่นศิวะเดินเข้าไปกอดน้องสาว ลูบหลังปลอบโยน “พอเถอะครับ อาเล็ก บางทีการที่เราพยายามถนอมคุณย่าจนโยนทุกอย่างให้ดาวแบกรับไว้คนเดียว มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องเหรอครับ”

อภิชาตถอนหายใจยาว ก่อนถามขึ้น “เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเราต้องคอยปิดอากับย่าด้วย มันมีอะไรมากกว่าที่คิดไว้ไหม”

“ใจเย็นๆ ครับอาเล็ก ให้ดาวสงบก่อนค่อยถามได้ไหมครับ” รังสิมันตุ์ชักหงุดหงิดที่อาหนุ่มใจร้อนจะคาดคั้นเอาเรื่อง

ละอองจันทร์ซบอกพี่ชายคนโตแล้วยึดเอาไว้แน่น สะอื้นร้องไห้อย่างรุนแรงแล้วไม่พูดอะไรสักอย่าง

“อย่าทำตัวเข้มแข็งจนเกินไปเลยนะ เรื่องอะไรก็ช่างเถอะ อย่าหนีไปจากครอบครัวเลยนะ” ปิ่นศิวะพยายามปลอบน้องสาวให้ใจเย็นลง

“ตอนนี้ขอให้มันเป็นแบบนี้ก่อนจนกว่าดาวจะตั้งสติได้นะคะ” ละอองจันทร์พูดขึ้นอย่างเหนื่อยหน่าย

“อืม ได้สิ เดี๋ยวพี่คุยกับย่ามาเอง ย่าต้องเข้าใจแหละ” ปิ่นศิวะได้แต่ตามใจน้องสาว ก่อนพยุงน้องสาวลุกขึ้นยืน “เดี๋ยวพี่พากลับห้องนะ ดาวจะได้พักผ่อน”

ละอองจันทร์ส่ายหน้า ก่อนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านของเรณุวัฒน์อย่างกำกวม เพราะไม่ต้องการให้คิดมาก ละรายละเอียดเรื่องที่แม่ยายด่าลูกเขยเอาไว้

“ว่าแล้วว่าแม่ยายนายต้องไม่โปรดนายเท่าไร แต่ช่างเถอะ อย่าไปคิดมากกับผู้หญิงแบบนั้นเลย ส่วนเรื่องยัยแอนนั่น ส่งข้อมูลมาให้หมด แล้ววางมือซะ ที่เหลือให้พวกเราจัดการเองแล้วกันนะ” อภิชาตสรุป ก่อนเดินไปลูบผมหลานสาวเบาๆ อย่างเอ็นดู “อาขอโทษที่ใจร้อนกับดาว แต่อาเป็นห่วงน่ะ”

“ค่ะ ดาวเข้าใจ” ละอองจันทร์เข้าใจทุกคนมากก็จริง แต่บางครั้งกลับกลายเป็นการแบกรับทุกอย่างไป โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว

ปิ่นศิวะโอบไหล่พาน้องสาวกลับห้อง เขารู้ว่าเขาจะหาข้อมูลได้จากใครอีกคน...

“อาเล็กต้องเข้าใจนะครับ ขณะที่พวกเราต่างก็ยุ่งกับตัวเอง ดาวเป็นคนดูแลส่วนที่เหลือทั้งหมด ซึ่งมันมากกว่าที่พวกเราคิดไว้นัก ดาวแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย” รังสิมันตุ์เห็นทุกอย่าง และตอนนี้เขารู้แน่ชัดแล้วว่าน้องสาวแบกภาระหนักเกินไป

“อารู้ แต่ถึงเวลาที่เราจะต้องทำอะไรบ้าง ก่อนอื่นขอซักฟอกนายเรก่อน” อภิชาตหมายมั่นปั้นมือที่จะจัดการความเรียบร้อยเสียที

รังสิมันตุ์ยังคิดไม่ออกว่า ถ้าย่ารู้เรื่องเรณุวัฒน์จะค้างคืนที่นี่จะเป็นยังไง แต่ที่แน่ๆ เขารู้สึกสังหรณ์ใจว่า ไม่แค่ค้างหรอก...ถ้าจำเป็นอาจต้องหาทางเข้ามาอยู่ ตราบที่ละอองจันทร์ยังอยู่ที่นี่

************************************************


เสียงถอนหายใจดังขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่สามสาวก็มองจำเลยในสายตาหนุ่มๆ อย่างสงสาร เรณุวัฒน์ยิ้มแห้งๆ ออกมา แล้วก็เหลือบมองกระเป๋าใบเล็กที่นำมาด้วย

“เดี๋ยวพี่ให้คนเอาไปรีดให้นะ” เจนติมาหันไปบอกขนุนให้นำไปรีดเตรียมให้น้องชายออกไปทำงานตอนเช้า

“เรื่องนี้มันค่อนข้างจะแปลกใหม่สำหรับทุกคน หวังว่าเรจะไม่ติดใจพวกเขานะ แผลยังเจ็บอยู่ไหม มีช้ำรึเปล่า” ปอแก้วถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เจ็บเท่าไรหรอกครับ แล้วผมก็ไม่ติดใจอะไรด้วย ผมเข้าใจทุกคน” เรณุวัฒน์นึกอยากกัดฟันแล้วบอกไม่เข้าใจ แต่ก็คงยาก เพราะเขาก็ไม่คิดจะหลอกตัวเอง

“มีเรื่องอะไรรึเปล่า ตอนแรกดาวเขียนบอกว่าจะกลับพรุ่งนี้เช้า แต่กลับมาวันนี้ นี่เรียกว่ากลับเร็วผิดปกตินะ” เจนติมาถามน้องชายอย่างสงสัย

“งานเข้าน่ะครับ แม่มา ด่าดาวกับพี่จันทร์ซะเละ ดาวคลั่งไปเลย ผมก็รีบหิ้วกระเป๋าออกบ้านแทบไม่ทัน จริงๆ ผมไม่รู้ว่าผมควรทำยังไงมากกว่า ระหว่างแม่ที่ทำเกินไปกับดาวที่คลั่งไปแล้ว ผมเลยหยิบๆ ของออกมาครับ” เรณุวัฒน์บอกพี่สาวคร่าวๆ ก่อนเล่าให้พี่สาวและศรีสะใภ้ทั้งหลายของตระกูลนี้ฟัง เฉพาะที่ควรเล่า

“เฮ้อ” เจนติมาเข้าใจได้ว่าน้องชายหนีมาเรื่องอะไร

ใครจะทนอารมณ์เอาแต่ใจเกินกว่าเหตุของแม่ได้ แม้แต่พ่อยังต้องตามใจ เมื่อแม่ต้องการออกจากบ้าน เธอคิดก่อนบอกน้องชาย “พี่เข้าใจแหละ เดี๋ยวพี่คงต้องไปดูแม่หน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง แม่คงเจ็บปวดน่าดูถ้าต้องยอมรับความจริงที่ว่า ที่ผ่านตัวเองคิดผิดเสมอ”

“เฮ้อ ถ้ายอมรับแล้วปรับตัวได้ก็จะเหมือนปอแหละ ปอก็เคยทำผิดพลาดมาก่อน ปอเข้าใจความรู้สึกแม่พี่เจนดี แต่ไม่รู้ว่าความคิดนั้นมันฝังลึกแค่ไหนนะคะ” ปอแก้วหันไปคุยกับสะใภ้คนโตของบ้าน

“ไม่มีใครไม่ทำผิดมาหรอกค่ะ อยู่ที่การยอมรับให้ได้มากกว่านะคะ” อิ่มถอนหายใจออกมาอีกคน

“บางทีถ้าพี่ไปค้างสักคืนเป็นเพื่อนแม่ แม่อาจจะใจเย็นขึ้นก็ได้จริงไหม” เจนติมาครุ่นคิด ก่อนตัดสินใจ

“แล้วแต่พี่เจน ผมคิดว่าดีเหมือนกันครับ ผมออกมานี่ก็รู้สึกผิดอยู่ แต่ไม่รู้จะทำยังไงดี” เรณุวัฒน์ยอมรับ ก่อนมองไปยังพี่ชายคนรองที่ออกมาจากห้อง หลังคุยกันได้สักพัก

“พี่ตะวัน อย่าชกเรเลยนะคะ” ปอแก้วรีบพูดขึ้น เพราะฟังสามีที่ไม่ค่อยพอใจน้องชายเจนติมาเท่าไรนัก

“ไม่หรอก แต่พวกพี่อยากคุยด้วยหน่อย ไปในห้องทำงานหน่อยสิ” รังสิมันตุ์ตอบก่อนยกมือโบกห้ามไม่ให้ภรรยาพูดอะไรไปมากกว่านี้

อิ่ม ปอแก้ว แล้วก็เจนติมาได้แต่ลุ้น ไม่รู้ว่าสภาพิทักษ์สาวจะว่ายังไงบ้าง ได้แต่รอเวลาและคำตอบเท่านั้น

“ภาวนาให้ป๋าใจเย็นๆ แล้วกันนะคะ” อิ่มก็ไม่รู้ว่าสามีจะว่ายังไงบ้าง แต่เธอก็ไม่กล้าพูดมากนัก เพราะเตือนไปแล้ว ถ้าย้ำมากกว่านี้คงกลายเป็นขี้บ่น

“พี่ก็หวังว่าอย่างนั้นล่ะ” เจนติมาตอบ ก่อนขอตัวไปจัดกระเป๋า หวังว่าแม่จะไม่ไล่เธอกลับมา และยอมรับความจริงที่เข้าใจผิดมานานได้

ระหว่างที่เดินไปที่ห้องก็เจอกับสามี เธอจึงแวะบอกเขาก่อน “เจนจะกลับค้างที่บ้านนะคะ พี่จันทร์”

“อ๋อ อืม จะให้พี่ไปค้างด้วยหรือเปล่า” ปิ่นศิวะถามตามความเหมาะสม

“อย่าเลยค่ะ เจนกลัวว่าแม่จะอารมณ์ไม่ดีใส่พี่จันทร์อีก เจนเดาอารมณ์แม่ไม่ถูกเหมือนกันว่า แม่อารมณ์ไหน ว่าแต่พี่จันทร์ไม่โกรธแม่นะคะ” เจนติมาถามอย่างไม่แน่ใจนัก

“ไม่หรอก พี่ไม่เป็นไรหรอก แต่ดาวดูจะว่าแม่เจนหนักพอควรนะ พี่รู้จักปากดาวดี ถ้าโมโหละก็รับรองแหลกทุกรายไปเลย เพราะงั้นพี่ถึงสนับสนุนให้เจนกลับไปดูแม่น่ะ เพราะเรจะค้างที่นี่” ปิ่นศิวะตั้งสติได้รวดเร็วมาพอที่จะเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น

คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทุกคนจะเข้าใจในเรื่องที่เขาแต่งงานเพื่อนำเงินเธอมาใช้หนี้...

“แม่ว่าพี่จันทร์หนักมากด้วยนะคะ พี่อย่าคิดมาก เพราะเจนไม่เคยคิดอย่างนั้น” เจนติมาเข้าใจว่าละอองจันทร์คงบอกพี่ชายไปหมดแล้ว เธอรู้ดีว่า ‘ด่าซะเละ’ ของน้องชายหมายถึงอะไร

“ว่าอะไรเหรอที่ว่าหนักมากน่ะ” ปิ่นศิวะขมวดคิ้วสงสัย

“อ้าว ดาวไม่เล่าเหรอคะ คือเจนก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่เรบอกว่าแม่ด่าพี่จันทร์กับดาวซะเละ เจนคิดว่าคงไม่ธรรมดาหรอก เพราะปกติดาวเป็นคนอดทนมาก ถ้าไม่หนักก็คงไม่ด่าแม่กลับแรงๆ หรอกค่ะ” เจนติมาอธิบายแล้วชักสงสัยแล้วว่าสิ่งที่แม่เธอด่าเขาจะใช่อย่างที่คิดไหม

ปิ่นศิวะลูบเรือนผมภรรยาเบาๆ เพื่อปลอบโยนไม่ให้คิดมาก แล้วกอดเธอเอาไว้ ก่อนบอกอย่างอ่อนโยน “ช่างเถอะ แม่จะว่าอะไรพี่ก็ช่างมันเถอะ อย่าไปคิดมาก เอาเป็นว่าเราเข้าใจกันแล้วก็พอ”

เจนติมาพยักหน้าช้าๆ นึกซาบซึ้งอยู่ไม่น้อย ที่เขาดูแลเธอในฐานะสามีได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้มันจะเป็นเพียงความรับผิดชอบ หากเธอก็พอใจแล้ว...ไม่กล้าโลภมากขอให้เขาทำมากกว่านี้

“เก็บของให้เรียบร้อยแล้วกัน เก็บเผื่อพี่ด้วย ถ้าค้างได้ พี่จะค้างเป็นเพื่อน” ปิ่นศิวะพูดก่อนขอไปดูว่าน้องชายกับอาหนุ่มจัดการไปถึงไหนแล้ว เขาเดาได้ว่าทั้งสองคงคุยอยู่กับเรณุวัฒน์

เจนติมามองเขาเดินไปอย่างแสนรัก ถึงเขาจะยังรักพี่สาวเธออย่างเหนียวแน่น แต่เธอรู้ว่าเขาก็เอ็นดูและผูกพันกับเธอไม่น้อยเช่นกัน

************************************************


ในห้องทำงานที่ทุกคนในครอบครัวจิรดีใช้เป็นห้องประชุมลับ กำลังเกิดการจดๆ จ้องๆ อย่างเงียบเชียบ แล้วคนใจร้อนที่สุดก็พูดขึ้นเป็นคนแรก

“นายจะจัดการชีวิตยังไง ไม่ให้ยัยดาววุ่นวายแล้วก็เครียดอย่างที่เป็นอยู่แบบนี้ ไม่งั้นนายก็ไม่สมควรจะยุ่งกับดาวอีก” อภิชาตพูดเด็ดขาด และแน่ใจว่าหลานสาวกำลังสับสนว่าจะยังไงกันแน่กับนายคนนี้

“ผมจะหาคนที่ใส่ข่าวบ้าๆ นี่ให้ได้ แล้วจะจัดการให้ครับ” เรณุวัฒน์พยายามจะเสนอตัวช่วย

“ไม่ต้อง เรื่องข่าวบ้าๆ เนี่ยเราจัดการเอง นายไปจัดการเรื่องของนายให้เรียบร้อยดีกว่าน่า อย่าให้ผู้หญิงของนายมายุ่งกับดาวอีก อ๋อ แล้วก็แม่นายด้วย” รังสิมันตุ์พยายามเตือนอย่างใจเย็น แม้จะร้อนอยู่ข้างในก็ตาม

เรณุวัฒน์ยกมือขึ้นลูบหน้า ก่อนถามออกมาตรงๆ “ผมไม่ดีตรงไหน ดูเหมือนทุกคนจะไม่อยากให้ผมยุ่งกับดาวเหลือเกินนะครับ”

ปิ่นศิวะเข้ามาและได้ยินพอดี จึงมองน้องภรรยาสีหน้านิ่งเรียบก่อนพูด “ไม่ใช่ว่าไม่ให้ยุ่งกับดาว แต่อยากให้นายจัดการเรื่องของนายให้เรียบร้อยก่อนเท่านั้น ถ้านายรักดาว นายก็คงเห็นแล้วว่าตอนนี้สภาพจิตดาวแย่ไหน แทนที่นายจะเอาแต่ใจพยายามบังคับให้ดาวอยู่ใกล้นาย ทั้งที่นายยังสร้างปัญหาให้เธอไม่รู้จบนะเหรอ คิดถูกแล้วใช่ไหม”

เรณุวัฒน์นิ่งอึ้ง แล้วถอนหายใจยาว เขากลัวอยู่ว่าจะมีใครสักคนในกลุ่มพิทักษ์ดาวจะพูดแบบนี้กับเขา

มันน่ากลัวกว่าการด่าว่าเสียอีก...เพราะเป็นการพูดแนวโน้มให้รู้สึกผิดและได้ผลกับเขา

“ผมรู้ว่ามันเห็นแก่ตัว แต่ผมก็รู้อีกว่าถ้าผมห่างไป ดาวก็จะเย็นชากับผม มันผิดด้วยเหรอถ้าเราจะพยายามเพื่อให้ได้รักจากใครสักคน” เรณุวัฒน์สารภาพอย่างหมดท่า ทำเอาสามหนุ่มมองหน้ากันแล้วหนักใจ

“เฮ้อ ไม่มีใครห้ามไม่ให้จีบดาวหรอกนะ แต่ว่าตอนนี้ทุกคนกำลังเป็นห่วงที่ดาวกำลังเครียดมากกว่า พวกเรากำลังสงสัยว่าดาวเครียดสะสมมานานน่ะ พยายามจะช่วยกันแก้ แต่ดาวก็ไม่ค่อยยอมพูดอะไร” รังสิมันตุ์อธิบายเรื่องที่ทุกคนกังวลใจอยู่

“ที่สำคัญ เราไม่อยากให้แม่ฉันรู้ด้วยว่าดาวกำลังเครียด เพราะท่านจะเป็นห่วงกังวลมาก แต่ตอนนี้ดูจะยากซะแล้ว เพราะดาวต่อต้านทุกอย่างที่เข้ามากดดัน แล้วหนึ่งในนั้นก็คงเป็นเรื่องที่นายพยายามใกล้ชิด สังเกตสิว่าดาวไม่ปฏิเสธนาย ทั้งที่ปกติดาวต้องทำ” อภิชาตเล่าตามที่สังเกตเห็น

“ปัญหาของพวกเราก็เหมือนกันนั่นแหละฮะ คือหาทางให้ดาวคลายเครียดใช่ไหมครับ แล้วเราจะแยกกันทำไม มาช่วยกันแก้ปัญหาไม่ดีกว่าเหรอครับ” เรณุวัฒน์เสนอทางที่สามารถร่วมกันมากกว่าจะแยกจากกัน

ปิ่นศิวะดูแล้วก็เข้าใจว่าพิษรักมันรุนแรงแค่ไหน เขาบอกได้เลยว่าน้องภรรยาเขามีนิสัยคล้ายกับภรรยาเขาแค่ไหน จึงตบไหล่เบาๆ “ท่าทางนายคงไม่ยอมเลิกราง่ายๆ ถ้าต้องอยู่ห่างจากดาวใช่ไหม”

“ครับ ผมยอมรับว่าเห็นแก่ตัว แต่ผมเชื่อว่ามันต้องมีวิธีที่จะหาทางประนีประนอมกันได้” เรณุวัฒน์มั่นใจในสิ่งที่คิด และเชื่อว่ามันมีหนทางถ้าหนุ่มจิรวดีไม่ขัดขวางทางรักของเขา

อภิชาตยกมือขึ้นแตะที่ปลายคาง ก่อนเรียกประชุมหลานชายทั้งสอง กระซิบกันจนรู้เรื่องแล้วก็พยักหน้าเข้าหากัน ทำเอาคนรอลุ้นจนใจแทบขาด

รังสิมันตุ์เสนอตัวเป็นคนพูดแทนอากับพี่ชายคนโต “ถ้านายกล้าขอกับย่ามาตรงๆ เรื่องที่ค้างที่นี่คืนนี้แล้วให้ท่านอนุญาตด้วย อีกอย่างสารภาพความรู้สึกที่นายมีต่อดาวโดยที่ย่ามาไม่ช็อคโลก ถ้าทำได้ละก็ พวกเราจะพยายามประนีประนอมกับนาย”

“ตกลงครับ” เรณุวัฒน์รีบตกปากรับคำแบบไม่ต้องคิด ก่อนึกขึ้นได้แล้วทำหน้าเหมือนจะตายเอาให้ได้ “ผมต้องขอแต่งงานกับดาวไปพร้อมเลยไหมครับเนี่ย”

“ห้าม” สามเสียงประสานกันดังชัดแบบไม่ต้องนัดกัน

จากนั้นปิ่นศิวะก็กระแอมออกมา แล้วโอบไหล่น้องภรรยาแบบปราณีปราศรัย “ถ้ายังไม่แน่ใจว่าดาวจะตอบรับ ก็อย่าเพิ่งจะดีกว่า แค่แสดงเจตนาว่ามีความจริงจังก็พอแล้วล่ะ”

“ใช่ ดาวก็เป็นผู้หญิง ยังไงก็คงคิดละเอียดอ่อนเรื่องนี้อยู่มากแหละ เพราะงั้นอย่าเพิ่งจนกว่าจะแน่ใจว่าดาวต้องการแบนั้นจริงๆ” อภิชาตชักชอบใจนิสัยดื้อด้านตื้อสะบัดของเรณุวัฒน์เสียแล้ว แต่ก็วางฟอร์มไว้ก่อน เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความต้องการของหลานสาวมากกว่า

รังสิมันตุ์ยักไหล่อย่างทำใจ จะว่าไปดื้อเจอดื้อกว่านี่ไม่รู้จะดีไหม แต่ให้ทุกอย่างเป็นเรื่องของเวลาก็แล้วกัน “ผมไปดูตาป่านก่อนนะครับ”

คนอื่นๆ พยักหน้าให้แล้ว คุณพ่อลูกอ่อนก็ออกไปจากห้อง เพื่อไปดูลูกที่อยู่กับพี่เลี้ยงในห้อง เพราะไม่รู้ว่าภรรยากลับมาจากประชุมสะใภ้บ้านแล้วหรือยัง

“นายจะไปหาดาวก็ได้นะ แต่บอกไว้ก่อน ห้ามทำอะไรเกินเลยเข้าใจไหม” อภิชาตที่อายุมากที่สุดเตือนด้วยความหวังดี

“ผมยังไม่ลืมรสมือรสเท้าของอาหรอกครับ” เรณุวัฒน์ยิ้มทะเล้นอย่างไม่ถือสาเรื่องเมื่อวาน แถมยังเรียกตามละอองจันทร์ด้วย

“เอาไว้นายเป็นหลานเขยเมื่อไรค่อยมาเรียกว่าอา” อภิชาตส่ายหน้าช้าๆ แบบถือไพ่เหนือกว่า ดูเหมือนจะไม่มีใครยอมใครเท่าไรนัก

“ไปเถอะ นายเร ก่อนที่พวกเราจะเปลี่ยนใจ” ปิ่นศิวะรีบโบกมือไล่ให้ออกไป ก่อนบอกกับอาหนุ่ม “ผมอาจจะต้องไปค้างบ้านเจนนะครับ”

“อืม นายคงรู้นะว่าแม่ยายนายด่านายว่ายังไงบ้าง ยัยดาวถึงได้นอตหลุดแบบนั้น” อภิชาตเตือนด้วยความหวังดี

“ก็ไม่เป็นไรครับ ทำลืมไปซะบ้างก็ดีเหมือนกัน ครอบครัวจะได้สงบสุขครับ อาเล็ก อีกอย่างผมก็อยากไปที่นั่นเพื่อคิดถึงอลิสด้วยครับ คงไม่โดนข้อหานอกใจนะครับ” ปิ่นศิวะพูดติดตลกในตอนท้าย

เขาต้องยอมรับความจริงให้ได้ แม้เธอจะไม่อยู่บนโลกใบเดียวกับเขา แต่เธอคงต้องการให้เขาดูแลน้องสาวเธอแทน เขายังจำได้ว่าเธอรักน้องๆ มากแค่ไหน

ถึงเรณุวัฒน์จะไม่กลับมาเมืองไทย แต่เขาก็รู้ว่าอลิสาพยายามที่จะติดต่อน้องเสมอ และเป็นสิ่งทำให้เขารู้สึกว่าคุ้มค่าที่ได้รักเธอ...เธอที่มีอะไรหลายอย่างสอดคล้องกับเขา

สายใยรักที่เขาไม่มีวันตัดให้ขาด...

อภิชาตตบไหล่หลานชายเบาๆ แล้วไม่พูดอะไร บางครั้งการไม่พูดก็ให้ความรู้สึกมากกว่าคำพูดทุกคำที่เคยพูดออกมาเสียอีก

ตัวเขาเองก็มีผู้หญิงที่เขารัก และมีโอกาสได้แต่งงานกับเธอ ดังนั้นสิ่งที่เขามีก็คือหน้าที่ความรับผิดชอบต่อการเสียสละของภรรยาที่ต้องมาอยู่บ้านหลังนี้กับเขา โดยจากบ้านไร่ที่รักมา

************************************************


เรณุวัฒน์มองเธอนอนหลับก็ต้องถอนใจยาว ก่อนมองซองยาที่เขาเห็นเธอหยิบทานก่อนนอน ก็พอรู้ว่าเป็นยาคลายเครียด เขาเห็นเธอกินมันอยู่เรื่อยตามคำสั่งหมอ แต่สุดท้ายก็ช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าปัญหาไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ

เขากลัวว่าต้นเหตุนั้นอาจเป็นเขาด้วย...

เขาเดินไปที่เตียงอีกด้าน ก่อนล้มลงนอน และกอดเธอเอาไว้ เขาแน่ใจว่าด้วยฤทธิ์ยาคงทำให้เธอตื่นยาก หากเขาไม่คิดจะทำอะไรเธอมากไปกว่านี้

เขาสร้างปัญหาให้เธอมากพอแล้ว จึงขอกอดเธอเอาไว้เฉยๆ แบบนี้ก็เพียงพอแล้ว เขาได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะไม่เลวร้ายลง...

ตกเย็นก็มีเสียงเคาะประตู เรณุวัฒน์ตื่นไวกว่าเพราะไม่ได้หลับสนิทนัก จึงเดินไปที่ประตูเปิดออกเห็นพี่สาวมีสีหน้าราบเรียบ

“มีอะไรฮะ” เขาพยายามพูดกับพี่สาวให้เป็นปกติ

“เร พี่จะไปบ้านโน้นแล้วนะ อาจจะไม่ได้ค้าง แต่ยังไงก็คุยกับคุณย่าดีๆ นะ คุณย่าเขาใจดีแหละ เขาดูจะเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจอะไรได้ง่าย ขออย่างเดียวอย่าโกหก ถ้าไม่อยากพูดก็อย่าพูด บอกไปแต่สิ่งที่อยากบอกก็แล้วกันนะ” เจนติมาเตือนน้องชายด้วยความเป็นห่วง

“ไปเถอะฮะ อย่าห่วงผมเลย ถ้าผมไม่พยายามพิสูจน์ตัวเอง ผมก็ไม่คู่ควรได้อยู่ใกล้ชิดดาวหรอกครับ” เรณุวัฒน์พูดอย่างเชื่อมั่น ถ้าลองได้ปักใจฝังใจแล้วก็คงยากที่เขาจะละวางได้

“เฮ้อ บางทีพี่ก็กลัวนิสัยแบบนี้ของพวกเราอยู่เหมือนกันนะ แต่เอาเถอะ ก็พี่น้องกันนี่นา ไม่เหมือนกันก็คงแปลกอยู่” เจนติมายอมรับในนิสัยของตัวเองและน้องชายว่ามีความเหมือนกันอยู่มาก

“พี่อลิสก็คงเหมือนกันล่ะฮะ ครอบครัวจิรวดีมีความรักครอบครัวเป็นที่ตั้ง แต่ครอบครัวเรามีความมุ่งมั่นเป็นที่ตั้งจริงไหมครับ” เรณุวัฒน์พูดติดตลก ก่อนโอบกอดพี่สาวเป็นการบอกลา

เจนติมาจึงได้แต่เดินไปหาสามีที่รออยู่ด้านล่าง โดยไม่รู้คืนนี้จะอยู่ที่ไหน...

ส่วนคนที่ยังคาดเดาชะตากรรมไม่ออกเห็นจะเป็นเรณุวัฒน์ เมื่อหันมามองสาวร่างอวบที่กำลังนอนหลับอยู่ เขามองนาฬิกาแล้วคิดว่าปลุกเธอตื่นจะดีกว่า

เขาโน้มตัวลงไปกอดเธอ แต่ร่างอวบนั้นดูจะหลับไม่สนิทอย่างตอนแรก จึงค่อยๆ พลิกตัวหันมาทางเขา ก่อนงัวเงียลูบหน้าลูบตาแล้วลืมตามองเขาให้ชัด

เรณุวัฒน์เห็นเธอมองเขาอย่างงงๆ จึงถามขึ้น “อ้าว ทำไมมองพี่อย่างนั้นล่ะ”

“เปล่าค่ะ ดาวแค่แปลกใจว่าทำไมพี่ถึงมาอยู่ในห้องของดาว ปกติเรามักจะค้างกันที่อื่นไงคะ ดาวยังไม่มีสติเท่าไรก็เลยงงๆ ค่ะ” ละอองจันทร์สะบัดหน้าไปมาช้าๆ เพื่อเรียกสติ

“สงสัยเพราะกินยาด้วยล่ะ” เขาลูบผมเธอเบาๆ อย่างเอ็นดู

พอนึกถึงวันแรกที่ได้รู้จักเธอ กับวันนี้ เขากลับให้ความรู้สึกเหมือนคนละคน แล้วเมื่อนึกถึงตอนที่อยู่บนเกาะด้วยกัน เขาก็นึกเสียดายอยู่บ้างที่ทิ้งโอกาสได้ใกล้ชิดเธอไป แต่เขาต้องนึกถึงวันข้างหน้ามากกว่า

“ดาวงงอีกเรื่อง พี่ผ่านด่านป๋า พี่จันทร์ พี่ตะวันมาได้ไงคะ” ละอองจันทร์ขมวดคิ้วไม่เข้าใจจริงๆ เพราะไม่น่าจะผ่านมาได้ง่ายๆ

“เอ่อ จะเรียกว่าผ่านไม่ได้หรอก เพราะต้องรอคุณย่าของดาวกลับมาก่อนน่ะ รอให้ท่านอนุญาตก่อน พี่ถึงค้างคืนที่นี่ได้” เรณูวัฒน์พูดแต่เธอกลับเฉย ดูจะไม่ตกใจเท่าไรนัก “ดาวไม่แปลกใจเลยเหรอ”

“ไม่ค่ะ ป๋า พี่จันทร์ พี่ตะวันก็ฉลาดแบบนี้แหละค่ะ” ละอองจันทร์เดินเข้าห้องน้ำ หลังบอกแบบกำกวม

“แปลว่าอะไรน่ะ พวกเขาคิดว่าพี่จะทำไม่ได้งั้นเหรอ” เรณุวัฒน์ค่อนข้างแปลกใจกับคำพูดของเธอ

ละอองจันทร์ออกจากห้องน้ำพร้อมผ้าเช็ดหน้า ก่อนหยุดมือแล้วตอบ เมื่อเขาปักหลักรอ “ก็เดาไม่ยากหรอกค่ะ พี่พูดยังไงย่าก็ต้องยอมอยู่แล้ว ย่าไม่เคยห้ามหลานๆ ทำอะไร แต่ย่าจะมีวิธีทำให้เรารู้สึกผิดเสมอ เฮ้อ เรื่องนั้นไม่สำคัญเท่าย่ามาจะต้องเสียใจไม่ว่าจะยังไงก็ตาม”

“แปลว่าอะไร พี่งงไปหมดแล้ว” เรณุวัฒน์แตะนิ้วที่ปลายคางอย่างใช้ความคิด

“ก็ถ้าพี่ทำให้ย่ามาเสียความรู้สึก เพราะเรื่องนี้ละก็ ดาวเอาตายแน่” ละอองจันทร์จ้องเอาเรื่องอย่างจริงจัง

“เง้อ อะไร แบบนี้พี่ก็มีแต่ตายกับตายน่ะสิ” เรณุวัฒน์รู้แล้วว่าทำไมหนุ่มๆ จิรวดีจึงไม่ห้ามเขาอีก

“พูดให้ดีๆ ก็แล้วกันนะคะ ไม่งั้นมีเรื่องแน่” ละอองจันทร์คาดโทษ ก่อนเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้เรณุวฒน์นิ่งเครียดอยู่เพียงลำพัง

‘กรรม...หาเรื่องใส่ตัวจนได้สิเรา’

************************************************


เสียงรถเคลื่อนเข้ามาในบริเวณบ้านหลังใหญ่ แม่บ้านเก่าแก่ก็รีบออกมาดู หลังจากใจสั่นด้วยความเป็นห่วงที่คุณผู้หญิงของบ้านเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องทำงานเป็นชั่วโมง

“คุณเจนมาก็ดีแล้วค่ะ คุณผู้หญิงอยู่ในทำงานตั้งนานแล้วยังไม่ออกมาเลยค่ะ” แม่กิ่งรีบรายงาน

“เอาของขึ้นไปเก็บให้ที” เจนติมาพยักหน้า ก่อนส่งกระเป๋าเดินทางให้แม่บ้าน แล้วหันไปบอกสามี “พี่จะกลับเลยก็ได้นะคะ”

“ไม่หรอก แต่พี่ขอเดินเล่นอยู่แถวนี้ก่อนแล้วกันนะ” ปิ่นศิวะเห็นเธอตัดสินใจได้ เขาก็ยอมรับตามนั้น ก่อนขอตัวไม่เข้าไปวุ่นวายกับปัญหาภายในบ้านภรรยา

เขากลับคิดถึงผู้หญิงอีกคนที่เคยเดินเล่นอยู่ที่นี่ ทั้งยังคงเดินเล่นอยู่ภายในใจเขาเสมอมา...

เจนติมาพยักหน้า ก่อนเดินเข้าบ้าน ไม่มีประโยชน์ที่จะมัวหึงหวงพี่สาว เพราะการตัดสินใจของเธอนั้นเสร็จสิ้นไปแล้ว เธอรักเขาก็เพราะเขารักพี่สาวเธอเหนียวแน่นนี่เอง

ภายในห้องทำงานว่างเปล่า มีแต่เสียงสะอื้น เจนติมาขมวดคิ้ว ก่อนมองไปที่หลังตู้หนังสือ ที่พ่อเธอกั้นไว้เป็นที่ทำงานที่เงียบที่สุด ก่อนเห็นแม่กำลังกอดสมุดบันทึกร้องไห้

“แม่คะ” เจนติมาเข้าไปแตะแขนแม่ด้วยความสงสาร ยามที่แม่เสียศูนย์ก็น่าสงสารไม่น้อยเช่นกัน

“เจนรู้อยู่แล้วใช่ไหม” ปิ่นมณีถามอย่างหมดแรง

“ค่ะ พ่อขอไม่ให้เจนบอกแม่ เพราะกลัวว่าแม่จะเจ็บปวดที่โทษทุกอย่างมาที่พ่อ จริงๆ แล้วพ่อก็รักแม่มากเช่นกัน ไม่แพ้แม่ของพี่อลิส เรื่องนี้พวกเรารู้ดี แต่แม่ก็รู้นี่คะว่าพ่อไม่ค่อยพูด แล้วเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว” เจนติมากอดแม่ที่หันมากอดเธอ

“แม้แต่งานศพของพ่อ แม่ก็ไม่มา แม่เลวมาก เลวมากจริงๆ” ปิ่นมณีร้องให้คร่ำครวญกับความผิดต่างๆ ที่เธอไม่เคยทบทวนมาก่อน

“พ่อเข้าใจค่ะ แม่อย่าคิดมากนะคะ” เจนติมาลูบหลังแม่เพื่อปลอบโยน

“อลิสต้องเกลียดแม่มาก แม่เป็นแม่เลี้ยงใจร้ายมาตลอด” ปิ่นมณีกอดลูกสาวเอาไว้แน่น

“ถ้าแม่รู้จักพี่อลิสดีกว่านี้ พี่จะรู้ว่าพี่อลิสเป็นคนที่เข้าใจทุกคนมากที่สุด พี่อลิสเป็นคนกล่อมให้หนูเข้าใจแม่มาตลอด แม้หนูจะไม่อยากเข้าใจก็ตาม พี่อลิสไม่เคยตั้งแง่กับแม่หรอกค่ะ” เจนติมาอธิบายแทนพี่สาวที่จากโลกนี้ไปแล้ว

แม้วินาทีสุดท้ายของชีวิต พี่สาวก็ไม่เคยด่าว่าใครหรือโทษใคร แต่มองทุกอย่างว่าเป็นธรรมดาของโลก

“แม่ผิดตลอด แม่คิดแต่ว่าแม่ถูกเสมอ แม่มันเห็นแก่ตัว” ปิ่นมณีส่ายหน้าไปมาอย่างสติแตก

“ถึงอย่างนั้นแม่ก็ควรตั้งสติแล้วแก้ไขตัวเองให้ดีขึ้นไม่ใช่เหรอคะ มาค่ะ อย่าทำให้ทุกอย่างผิดพลาดอย่างที่เคย เรานำอดีตที่เราไม่สามารถแก้ไขได้มาทำให้ทุกอย่างในวันนี้และอนาคตดีขึ้นไม่ดีกว่าเหรอคะ” เจนติมาเตือนสติแม่ในอ้อมแขน แล้วให้กำลังใจอย่างสุดความสามารถ

“ตาเรทิ้งแม่ไปแล้วนะ เจน เพราะแม่ไม่ดีเอง” ปิ่นมณียังคงกอดสมุดบันทึกเอาไว้แน่น

“ไม่หรอกค่ะแม่ พรุ่งนี้ตาเรก็กลับมาแล้วค่ะ ยังไงน้องก็ไม่มีวันทิ้งแม่หรอกค่ะ” เจนติมาปลอบโยนแม่ พร้อมกระชับอ้อมกอดมอบไออุ่น

สิ่งเดียวที่ปิ่นมณีพยายามปฏิเสธมาตลอด ทั้งๆ ที่ในใจต้องการ คือความอบอุ่นในครอบครัว

“แม่คงไม่ว่านะคะ ถ้าพี่จันทร์จะค้างที่นี่ด้วย” เจนติมาถามขึ้นเมื่อเห็นว่าแม่สงบใจได้

ปิ่นมณีกลับมีท่าทีวิตกจริต เพราะกลัวว่าสิ่งที่เคยหลุดออกไปจากปากจะเข้าหูลูกเขยที่เธอแสนจะรังเกียจ จึงตัวสั่นด้วยความกลัวว่าลูกเขยจะมาพาลูกสาวไปจากเธออีก

“ไม่ต้องกลัวค่ะ ครอบครัวพี่จันทร์เป็นคนดีทุกคน ดาวกับเรไม่ได้เล่าว่าแม่ด่าพี่จันทร์กับดาวว่ายังไงบ้าง พูดแต่ว่าค่อนข้างว่าแรงทำให้ดาวคลั่งไปเท่านั้นเอง แล้วพี่จันทร์เขาก็ไม่ถือสา” เจนติมารีบอธิบาย ก่อนตบท้ายด้วยว่า

“ครอบครัวพี่จันทร์ทุกคนต้อนรับเจนอย่างดีเสมอ แล้วเจนก็เชื่อว่าพวกเขาเป็นคนดีตราบที่ไม่มีใครทำร้ายพวกเขา แม่ตั้งต้นใหม่นะคะ พวกเขายินดีให้โอกาสแม่เสมอ”

“แต่แม่อาจไม่มีค่าสำหรับพวกเขา” ปิ่นมณีรู้สึกหวาดกลัวกับความประพฤติในอดีตที่ผ่านมา ตอนนี้แทนที่จะรังเกียจพวกจิรวดี เธอกลับรู้สึกรังเกียจพฤติกรรมหยาบคายที่ตนเองเคยแสดงออก

“ไม่หรอกค่ะ พวกจิรวดีจะไม่วัดคุณค่าของคนอื่น ตราบที่เราไม่คิดจะวัดคุณค่าของพวกเขา” เจนติมาเรียนรู้สิ่งเหล่านี้หลังจากที่ได้อยู่ในบ้านหลังนั้น

คงไม่แปลก...ถ้าบ้านหลังนั้นจะเต็มไปด้วยครอบครัวเล็กๆ อีกหลายครอบครัว

************************************************

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ^^
หายไปเสียนานเลยค่ะ
ขออภัยด้วยนะคะ
^^" แล้วก็มีมือรับฝากทวงอวบๆ มาช่วยทวงอีกทีค่ะ
หายไปด้วยหลายเหตุผลด้วยกัน กำลังปั่นงานวิจัยด้วยค่ะ
บวกกับหาทางออกให้กับวิถีชีวิตที่ราบเรียบเกินกว่าเหตุค่ะ
ขอบคุณที่ติดตามด้วยนะคะ
 
ส่งข้อความส่วนตัว
chakansi
#2 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 20-01-2010 21:38
Moderator


ข้อความ: 269
เข้าร่วม: 01.04.09

สวัสดีปีใหม่เช่นกันค่ะ ^^
แก้ไขโดย chakansi เมื่อ 20-01-2010 21:39
 
ส่งข้อความส่วนตัว
ไปยังฟอรั่ม:
แสดงผลในเวลา: 0.27 วินาที
969,434 ผู้เยี่ยมชม