FWM


FWM

หนังสือของ วาริส

MMM


MMM

กระทู้ฟอรั่ม

IT Weekly

TOP 10 Post Forum

หนังสือของ ฟีลิปดา

ImagesShack

ฝากรูปไว้กับเว็บ
ImageShack®



(ขณะอัพโหลด กรุณารอสักครู่)

หนังสือแนะนำ


อ้อมกอดซาตาน
baiboau

เข้าสู่ระบบ

ชื่อ

รหัสผ่าน



ไม่ได้เป็นสมาชิก?
คลิกที่นี่ เพื่อลงทะเบียน.

ลืมรหัสผ่าน?
ขอรหัสผ่าน ที่นี่.

ผู้กำลังออนไลน์

· บุคคลทั่วไปออนไลน์: 1

· สมาชิกออนไลน์: 0

· สมาชิกทั้งหมด: 1,122
· สมาชิกใหม่: som

ฉบับพิเศษ

สมาชิกออนไลน์ล่าสุด

admin14:22:20
som 1 week
dongsug 2 weeks
bhpong 3 weeks
pong650 4 weeks
lertritt 4 weeks
iamiris 5 weeks
num dorsakun 8 weeks
tontake 8 weeks
jaap007 9 weeks
chakansi 9 weeks
weraya10 weeks
BigBear12 weeks
aerian12 weeks
kittigon12 weeks

เว็บไซต์พันธมิตร 120x60


แลกลิงค์แบนเนอร์ ติดต่อได้ที่
editor_FWM@hotmail.com


ร้านด้ายทอง การ์ด&ของชำร่วย
081-687-3591


writer-club.net
เว็บไซต์สำหรับนักเขียน


www.dr-pop.com
เว็บไซต์ Dr. POP


hookratai.in.th
สำนักพิมพ์หูกระต่าย

บทความล่าสุด

หนังสือของ อาริตา

ฝากข้อความ

คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อฝากข้อความ.

28/01/2010 17:04
หวัดมรณะ ตอนที่ 26 สถานการณ์สับสน โพสแล้วจ้า Wink

18/01/2010 21:04
หวัดมรณะตอนที่ 25 ความว่างเปล่าทั้งต
ัวและหัวใจ โพสแล้วจ้า Wink

03/01/2010 19:48
หวัดมรณะ ตอน 24 ใครเจ็บปวดใจ ใครได้ ใครเสีย โพสแล้วจ้า Wink

27/12/2009 21:39
หวัดมรณะ ตอนที่ 23 เกมผลประโยชน์ โพสแล้วจ้า Grin

20/12/2009 18:05
หวัดมรณะ ตอนที่ 22 ผลสรุป ที่ไม่คาดคิด กับความเจ็บปวด ที่ถูกทรยศ โพสแล้วจ้า Wink

13/12/2009 21:06
หวัดมรณะตอนที่ 21 กุญแจไขปริศนา ที่แสนเย้ายวน โพสแล้วจ้า Grin

07/12/2009 18:16
หวัดมรณะ ตอน 20 สมมติฐานโหด กลางสังคมละโมภ โพสแล้วจ้า Wink

29/11/2009 13:15
หวัดมรณะ ตอนที่ 19 ปริศนา เริ่มคลี่คลาย แต่หัวใจยิ่งเจ็บปว
ด โพสแล้วจ้า Shock

22/11/2009 22:46
หวัดมรณะ ตอนที่ 18 ความระทึกใจ ในโรงแรมม่านรูด โพสแล้วจ้า ขอโทษที หายไปสองสัปดาห์ Wink

17/11/2009 20:35
คุณเจหายไปนานแล้วค
่ะ ฉะฯจำได้นะคะว่าหาย
ไปตั้งแต่วันไหน อิอิ รออ่านอยู่ค่ะ ^^

Popular Downloads

ส่งข่าวประชาสัมพันธ์

สำหรับ สนพ. หรือนักเขียนที่ต้องการประชาสัมพันธ์ผลงานหนังสือ
สามารถส่งหนังสือ ประวัติย่อ ข้อมูลต่างๆ ...มาได้ที่

FreeMag 20/408 ม.11 หมู่บ้านอิ่มอัมพร2
ซ.วัดกำแพง บางเชือกหนัง ตลิ่งชัน กทม 10170


หรือที่ Editor_freemag@yahoo.com
คุณหนึ่ง 084-4214-009 , 081-400-7146

ดูกระทู้

 พิมพ์กระทู้
หวัดมรณะ 24
khun_j
#1 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 03-01-2010 19:48
Moderator


ข้อความ: 135
เข้าร่วม: 10.11.08

คำนำ
สุขสวัสดีปีใหม่ ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จทุกท่านนะจ๊ะ
ขอบคุณคุณ Chakansi มากที่อวยพรให้ และโพสตอบ ขอบคุณคนอ่านทุกคนจ้า

-------------------
ตอนที่ 24 ใครเจ็บปวดใจใครได้ใครเสีย


ความเงียบอยู่ได้พักเดียว เสียงซุบซิบระหว่างผู้เข้าร่วมประชุม เหมือนกำลังแตกกลุ่มปรึกษากัน เสียงพึมพำไม่ได้ศัพท์ก็ดังไปทั่วห้อง

อารยะหันไปมองผู้อำนวยการของเขาซึ่งนั่งนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหันหน้ามาสบตาเขา เมื่อเห็นอารยะกำลังมองอยู่ ผู้อำนวยการก็ถามเขา

“เราจะมีความเห็นยังไงดีครับ คุณหมอ”

อารยะคิดอย่างรวดเร็ว เขานึกถึงข้อมูลที่กุลสตรีให้มาเมื่อตอนรับประทานอาหารกลางวัน เขาต้องปกป้องไม่ให้มีการแสวงหาผลประโยชน์จากสถานการณ์ แต่เท่าที่ดูในห้องประชุมนี้ ดูเหมือนขณะนี้ กำลังแยกความคิดเห็นออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งต้องการมาตรการจ่ายยาต้านไวรัสที่เข้มงวด เนื่องจากยามีภาวะแทรกซ้อนพอสมควร และอีกกลุ่มต้องการมาตรการจ่ายยาต้านไวรัสให้กระจายไปทั่วทุกคนที่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีภาวะแทรกซ้อนทางปอด อันจะทำให้เกิดการเสียชีวิต แต่จะเกิดประโยชน์อย่างมากต่อบริษัทยา

ถ้าเขาต้องการปกป้องไม่ให้มีการแสวงหาผลประโยชน์ เขาก็คงต้องเลือกโหวตให้มาตรการเข้มงวดในการจ่ายยา เขาควรเสนอให้ผู้อำนวยการโหวตมาตรการเข้มงวด แต่ตอนนี้จะอ้างเหตุผลใดให้น่าเชื่อถือว่า เขาไม่ได้เสนอด้วยอคติ เพราะขณะนี้เหตุผลของทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถเอาชนะกันและกันได้ อารยะย้อนคิดไปว่าถ้าเขาไม่ได้ฟังข้อมูลจากกุลสตรี เขาก็คงยังตัดสินใจไม่ได้ ต้องรอฟังข้อมูลให้มากกว่านี้เสียก่อน

“ผมคิดว่า เรารอฟังข้อมูลเพิ่มเติมอีกสักหน่อยจะดีไหมครับ เพราะตอนนี้เหตุผลทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถทำให้ที่ประชุมตัดสินใจได้” อารยะกระซิบบอก

“ดีเหมือนกัน” ผู้อำนวยการของเขากระซิบตอบ

ชายคนที่นั่งระหว่างหมอดารณีกับหมอวีระณัฐ หันหน้าไปปรึกษากันสามคน เมื่อเห็นที่ประชุมเงียบไป ชายคนนั้นก็เสนอความเห็นเพิ่มเติมขึ้นมา

“ผมคิดว่าเราไม่สามารถปล่อยให้มีการใช้ยาอย่างเสรีได้ เพราะนอกจากปัญหาเรื่องผลข้างเคียง ที่อาจรุนแรงถึงแก่ชีวิตแล้ว ยังอาจเกิดปัญหาเรื่องการดื้อยาอีกด้วย ข้อมูลจาก CDC ระบุว่ามีรายงานการดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ของไวรัสไข้หวัดใหญ่ H1N1 ในปี 2007 ถึง 2008 มีการดื้อยาเพียงแค่ 12% แต่ในปีนี้เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ H1N1 กลับดื้อยาถึง 98% ลองคิดดูว่าหากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ดื้อยาสูงถึง 98% หากยาถูกนำมาใช้ โอกาสที่เราจะรักษาการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ก็จะลดน้อยลงมาก แล้วคราวนี้จะป้องกันการตายจากปอดบวมได้ยังไง ก็ต้องใช้ยาอื่นควบคู่ไปด้วย ซึ่งนอกจากจะสิ้นเปลืองแล้วยังอาจทำให้ดื้อยาอื่นได้อีก ผมคิดว่า เราจำเป็นต้องเคร่งครัดต่อข้อบ่งชี้ในการใช้ยา และต้องจำกัดการใช้อย่างมาก เลือกให้เฉพาะที่จำเป็นจริงๆ ครับ”

เสียงพึมพำดังขึ้นอีกทั่วห้อง หากมีปัญหาเรื่องเชื้อดื้อยาจริง การใช้มาตรการเข้มงวดน่าจะช่วยทำให้เชื้อดื้อยาน้อยลง

อารยะค่อยสบายใจขึ้น ถึงแม้ว่า เขาจะมีความเห็นตามข้อมูลของกุลสตรีว่าควรใช้มาตรการจำกัดการใช้ยาเพื่อป้องกันไม่ให้มีการแสวงหาผลประโยชน์ แต่จำเป็นที่จะต้องมีเหตุผลที่หนักแน่น และไม่มีใครสามารถหยิบยกประเด็นเรื่องป้องกันไม่ให้มีการแสวงหาผลประโยชน์ขึ้นมาอภิปรายตรง ๆ ได้

เหตุผลเรื่องภาวะแทรกซ้อนของการใช้ยา ร่วมกันกับโอกาสในการแพ้ยานับเป็นเหตุผลที่มีความหนักแน่นอย่างมาก โอกาสที่จะวางมาตรการเข้มงวดมีสูงมากในความคิดของเขา

อารยะหันไปสบตากับผู้อำนวยการของเขา

“ผมคิดว่า มาตรการเข้มงวดน่าจะเหมาะสมกว่านะครับ” เขากระซิบเบา ๆ

“ถ้าปล่อยให้มีการใช้ยาต้านไวรัสรักษาไข้หวัดใหญ่ในผู้ป่วยทุกรายคงจะมีปัญหาเรื่องภาวะแทรกซ้อน และเรื่องเชื้อดื้อยาแน่ ๆ เลยครับ”

ผู้อำนวยการของเขาพยักหน้าเห็นด้วย

“ผมก็เห็นด้วยกับหมอ”

หมอคนที่นั่งข้าง ๆ หมอวัยกลางคนที่เสนอความเห็นให้ใช้มาตรการแจกจ่ายยาให้ผู้ติดเชื้อทุกรายเสนอความเห็นขึ้นมา

“ผมคิดว่า แทนที่เราจะวางมาตรการโดยใช้วิธีคิดเอาเอง เราควรใช้ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกเป็นเกณฑ์ ซึ่งตอนนี้ก็ชัดเจนแล้วว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1 นี้ ติดเชื้อและทำให้เกิดปอดบวมได้ไม่เฉพาะผู้ป่วยสูงอายุ เด็ก หรือผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำเท่านั้น แต่สามารถติดเชื้อในคนหนุ่มสาวที่รุนแรงถึงตายได้ ดังนั้นข้อบ่งชี้ที่พูดมาว่า จะให้ยาเฉพาะในผู้ติดเชื้อผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ นั้น ไม่เพียงพอที่จะป้องกันและลดอัตราการตายได้” หมอคนนั้นสรุปอย่างมีเหตุผล

“ผมเห็นด้วยกับคุณหมอวันชัย ว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ ติดเชื้อในทุกกลุ่มอายุ และทำให้เกิดปอดบวมเสียชีวิตได้ทุกกลุ่มอายุ ไม่ได้ป่วยหนักเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเหมือนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล นอกจากนี้ บางรายงานยังเสนอข้อบ่งชี้ว่าควรให้ยาในกรณีป้องกันโดยที่ยังไม่มีการติดเชื้อ เมื่อจะเข้าไปในที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อในขณะที่เกิดการระบาดอีกด้วย ผมจึงเห็นว่า เราควรใช้มาตรการสะสมยาและแจกจ่ายยาให้มากที่สุด และก็ไม่ควรจำกัดเพียงบริษัทเดียว ยาใหม่ยาเก่า ยาอะไรที่มีรายงานว่าได้ผลดี ควรจะสั่งมาเตรียมรองรับไว้ให้มากที่สุด” หมอวัยกลางคนที่สนับสนุนมาตรการจ่ายยาทุกคน ให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อชักจูงที่ประชุมให้เห็นด้วยกับตนเอง

หมอคนที่นั่งกลางระหว่างหมอดารณีกับหมอวีระณัฐพูดแทรกขึ้นด้วยเสียงเข้ม

“ผมคิดว่า ข้อบ่งชี้เรื่องการให้ยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันนั้น เป็นข้อบ่งชี้จากรายงานของบริษัทยาที่ผลิตยาขายนั่นแหละครับ ซึ่งเขาก็ต้องรายงานอย่างนั้นเพื่อให้ขายยาได้มาก ๆ มันจึงไม่น่าเชื่อถือ และถ้ามีการใช้ยาต้านไวรัสไปในการป้องกันมากขนาดนั้น ก็จะยิ่งทำให้เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีโอกาสดื้อยามากยิ่งขึ้นไปอีก”

เสียงพึมพำดังไปทั่วห้องขณะที่หมอวัยกลางคนที่เสนอมาตรการจ่ายยาให้ทุกคนหน้าแดงก่ำ นั่งนิ่งพูดไม่ออก ขณะที่หันไปสบตาหมอวันชัยที่นั่งข้าง ๆ ที่ช่วยสนับสนุนเมื่อครู่ หมอวันชัยคนนั้นยิ้มเย็นยะเยียบ ก่อนจะพูดช้า ๆ

“ถ้าข้อมูลเรื่องข้อบ่งชี้ในการให้ยาเพื่อป้องกันไม่น่าเชื่อถือ แล้วข้อมูลเรื่องการดื้อยาถึง 98% ที่คุณหมอวิชาญเสนอมาเมื่อครู่นี้ เชื่อได้แค่ไหนครับ เพราะ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ H1N1 ที่มีข้อมูลในปีนี้ว่าดื้อยาต้านไวรัสถึง 98% ที่ว่านั่น จริง ๆ มันเป็นข้อมูลการดื้อยาของไวรัส H1N1 ที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ไม่ใช้ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1 ที่กำลังระบาดอยู่นี้ ซึ่งยังไม่มีปัญหาการดื้อยาแต่อย่างใด มันเป็นคนละตัวกัน”

อารยะตะลึงงัน หมอวันชัยซึ่งสนับสนุนข้อเสนอให้จ่ายยาแก่คนป่วยทุกคนโดยให้เหตุผลว่าเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนปอดบวม และอาการเจ็บป่วยรุนแรงด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จนเสียชีวิต จะต้องค้นคว้าข้อมูลมาอย่างลึกซึ้ง เขานึกถึงนุชและบริษัทยาของเธอ คงจะได้รับผลประโยชน์ไปเต็มที่หากหมอวันชัยและคณะของเขาทำงานสำเร็จ แล้วมาตรการจ่ายยาให้ผู้ป่วยทุกรายได้รับการปฏิบัติ บริษัทก็จะได้รับออเดอร์ยาต้านไวรัสจำนวนมาก

อารยะนึกถึงคำพูดของกุลสตรี เขาเข้าใจว่าหากมีการเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มากเท่าไร ก็จะยิ่งมีการสั่งยาต้านไวรัสมากขึ้นเท่านั้น นั่นหมายความว่า พวกคนเหล่านี้เองคงจะเป็นผู้ทำการทดลองลึกลับอันนั้น และถ้าการทดลองสำเร็จ ผลที่ได้ก็คือการแพร่กระจายของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ไป อย่างที่ไม่มีใครควบคุมได้อยู่ หลังจากนั้นบริษัทก็จะทำยอดขายยาได้อย่างเต็มที่

พวกเขาจ่ายค่าตอบแทนให้หมอกลุ่มนี้อย่างไรกันแน่ ถึงยอมทุ่มเทค้นคว้าข้อมูลและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการจูงใจให้ใช้มาตรการจ่ายยาให้ทุกคนอย่างนี้ อารยะอดนึกในใจด้วยความรู้สึกรังเกียจไม่ได้

แล้วอีกฝ่ายหนึ่งที่มีหมอวิชาญเป็นหลักก็เสนอให้ใช้มาตรการเข้มงวด เพราะกลัวภาวะแทรกซ้อนจากยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และการที่เชื้อจะดื้อยาจนทำให้ไม่มียาใช้รักษา

แวบหนึ่งเขาอดนึกไม่ได้ว่า กุลสตรีล๊อบบี้หมอวิชาญและคณะด้วยหรือไม่ เพื่อที่จะขัดผลประโยชน์ของบริษัทยาที่นุชเป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่
แต่เท่าที่เห็นทั้งสองคนต่างฝ่ายต่างหยิบยกข้อมูลมาสนับสนุนเหตุผลของตน โดยใช้ข้อมูลจริงที่เป็นประโยชน์กับตัวเอง และปกปิดข้อมูลบางส่วนที่ไม่ก่อประโยชน์ต่อข้อเสนอของตนเองเอาไว้

ราวกับว่าทั้งสองฝ่ายต่างมีข้อเสนอแนะของตนเองที่เป็นข้อสรุปอยู่แล้ว แทนที่จะร่วมกันหาข้อสรุปที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนภายใต้สถานการณ์ต่าง ๆ แต่กลับใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนข้อเสนอของตนเองที่ยึดไว้อย่างเหนียวแน่น เท่านั้นยังไม่พอ ทั้งสองฝ่ายกลับพยายามให้ข้อมูลจริงบางส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อข้อเสนอของตน และปกปิดข้อมูลอีกส่วนที่ไม่เป็นประโยชน์ หรืออาจเป็นโทษต่อข้อเสนอของตนเอง

เสียงพึมพำดังขึ้นทั่วห้อง อารยะชักไม่แน่ใจแล้วว่า ลึกลงไปมีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงอยู่ข้างใต้กันแน่

แต่ขณะนี้เขารู้แล้วว่าผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่รวมทั้งตัวเขาเองยังไม่ได้เตรียมตัวค้นคว้าข้อมูลมา จึงไม่มีข้อมูลมาหักล้างหรือเห็นด้วยกับข้อเสนอจากทั้งสองกลุ่ม และถึงเวลานี้เขาก็ไม่มีความมั่นใจว่า ข้อมูลที่ทั้งสองกลุ่มเสนอขึ้นมานั้น จะเป็นข้อมูลจริงครบถ้วน หรือเป็นเพียงข้อมูลที่เลือกเสนอ เพื่อจูงใจที่ประชุมให้ตัดสินใจเห็นด้วยกับข้อเสนอของฝ่ายตนเองเท่านั้น

เขารู้สึกขนลุกเกรียว เกมนี้ฟาดฟันกันด้วยข้อมูลทางวิชาการว่าใครจะหาหลักฐานมาสนับสนุนข้อเสนอของตนเองได้อย่างไร โดยมีเดิมพันเป็นการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ อารยะเริ่มเสียใจที่รับรู้เรื่องการประชุมครั้งนี้ช้าเกินไปจนไม่มีเวลาค้นหาข้อมูลให้รอบด้าน และครบถ้วน เพื่อจะได้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม เกิดประโยชน์เต็มที่อย่างแท้จริง

นึกได้ก็สายเกินไปแล้ว เพราะเขาไม่มีเวลาเตรียมตัวเลย เนื่องจากผู้อำนวยการเพิ่งบอกให้เขามาร่วมประชุมเมื่อเช้านี้เอง แต่ทั้งทีมของหมอวิชาญ และหมอวันชัยน่าจะรู้มาก่อน เพราะเตรียมทำการบ้านค้นคว้าข้อมูลมาเป็นอย่างดี

เขาอดนึกไม่ได้อีกว่า กุลสตรีได้ล๊อบบี้ทีมของหมอวิชาญเหมือนที่ได้ล๊อบบี้เขามาก่อนหรือไม่ นอกจากนี้แล้วเธอยังล๊อบบี้ใครไว้อีกบ้าง

เขาหันไปมองหน้าผู้อำนวยการของเขา ซึ่งกำลังหันมามองหน้าเขาพอดี ด้วยความงุนงง

“เอาไงดีครับ หมอ ข้อมูลมันชักจะยังไงอยู่” อารยะถอนหายใจยาว ตอนนี้เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่า การตั้งเป้าหมายที่จะขัดขวางไม่ให้บริษัทขายยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์นั้น จริง ๆ แล้วเหมาะสมหรือไม่

“ผมคิดว่าคงต้องฟังเขาจนจบ ให้ได้ข้อมูลครบถ้วนก่อนดีกว่าครับ ตอนนี้ดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายเก็บข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อข้อเสนอของตนเองไม่ยอมเสนอออกมา รอฟังให้จบจนได้ ข้อมูลครบถ้วนแล้วค่อยตัดสินใจดีไหมครับ”

“ดีเหมือนกัน ผมรู้ว่านัดประชุมช้าไปนิดหนึ่ง ไม่งั้นก็จะบอกให้หมอเตรียมข้อมูลมาก่อน จะได้ตัดสินใจได้เหมาะสม”

“ครับ” อารยะรับคำ ขมวดคิ้ว ผู้อำนวยการของเขาก็ไม่ทราบว่าจะมีการประชุมมาก่อน แต่หมอวีระณัฐเข้ามาประชุมพร้อมกันได้ ไม่เพียงแค่นั้น หมอดารณีต้องรู้ล่วงหน้าจึงเดินทางลงมาก่อนได้ทันการประชุม แสดงว่าทีมของหมอวิชาญ และทีมของหมอวันชัยต้องรู้ล่วงหน้า ว่าจะมีการประชุมวันนี้ จึงมีการเตรียมข้อมูลกันมาก่อนเป็นอย่างดี ขณะที่คนที่อยู่นอกวงถูกกันออกไป จนไม่มีโอกาสหาข้อมูลได้ทัน

อารยะเริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้มีความซับซ้อนยิ่งกว่าที่คิดไว้ หรือว่าบริษัทยาเหล่านี้มีอิทธิพลมากมายมหาศาล จนกำหนดสิ่งต่างๆ ได้ตามใจชอบ แต่ทีมของหมอวิชาญที่เสนอมาตรการเดียวกันกับกุลสตรีก็ทราบล่วงหน้า

อารยะใจเต้นเร็ว กุลสตรีก็ทราบล่วงหน้าเช่นกัน

หรือว่า..

หรือว่าข้อมูลที่กุลสตรีเล่าให้เขาฟังนั้น ก็อาจเป็นข้อมูลด้านเดียวเพื่อวัตถุประสงค์ในการทำให้เขาเห็นด้วยกับมาตรการเข้มงวดเช่นกันใช่หรือไม่

อารยะตั้งคำถามกับตัวเอง แล้วใจหายวาบ มีโอกาสเป็นไปได้อย่างมาก เช่นเดียวกัน

ยังไม่ทันที่จะมีใครให้ข้อมูลเพิ่มเติม เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องประชุม แล้วประธานในที่ประชุมก็คว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแนบหู ก่อนจะพูดเบา ๆ จนไม่มีใครได้ยินเสียง เพียงครู่เดียว ประธานก็เงยหน้าขึ้น

“ผมมีเรื่องแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ ตอนนี้ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการของผู้ป่วยสองรายที่สงสัยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ที่ติดโรคมาจากต่างประเทศ ได้รายงานมาแล้วอย่างไม่เป็นทางการ ผลเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 จริงๆ ขอให้ทุกคนปิดข่าวไว้ก่อน และขอให้รู้ไว้ว่ามาตรการที่เรากำลังจะกำหนดนี้มีความสำคัญมาก และจะมีผลในการกำหนดนโยบายต่อไปอย่างแน่นอน”

ที่ประชุมตะลึงงันด้วยข่าวใหม่ที่เพิ่งได้รับมา

เริ่มป่วยสองรายแรกแล้ว แม้จะติดเชื้อมาจากต่างประเทศก็ตาม แต่คนที่สัมผัสกับสองคนนี้ จะหลุดรอดจากการกลั่นกรองโรค แล้วไปกระจายเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ก่อให้เกิดโรคอีกกี่คนยังไม่ทราบได้

โทรศัพท์มือถือของเขาที่ปิดเสียงไว้เมื่อเข้าประชุมเขย่าให้รู้ว่ามีสายเรียกเข้า อารยะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

หมอกนิษฐ์โทรมา

เขานึกถึงเหมียวพยาบาลสาว ภรรยาของหมอกนิษฐ์ จนบัดนี้เขาและพราวขวัญก็ยังติดต่อเธอไม่ได้ ทำไมเธอจึงผละจากไปกลางดึก ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า หมอกนิษฐ์จะกลับไปทำความเข้าใจปัญหาความขัดแย้งกับเธอเมื่อลงเวรแล้ว

“คำแนะนำขององค์การอนามัยโลกเรื่องการใช้ยาต้านไวรัสรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ว่ายังไงบ้างครับ มีใครมีข้อมูลไหม” เสียงประธานในที่ประชุมถามต่อ หลังจากให้ข้อมูลเรื่องยืนยันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ของคนไข้ที่สงสัยต่อที่ประชุมเรียบร้อยแล้ว

อารยะลังเล เขาจะรับโทรศัพท์จากหมอกนิษฐ์ดีหรือทุ่มเทสมาธิไปกับการประชุม

ถึงแม้ว่าการประชุมจะเป็นช่วงสำคัญ แต่ครอบครัวของหมอกนิษฐ์ก็มีความสำคัญเช่นกัน

อารยะตัดสินใจกดรับสายทันที

“อารยะพูดครับ” เขาส่งเสียงเบา ๆ

“ประชุมอยู่หรือครับ ผมหมอกนิษฐ์นะครับ” เสียงดังตามสายมาอย่างเกรงใจ เมื่อได้ยินเสียงเขาพูดเบาๆ

อารยะกลัวว่าหมอกนิษฐ์จะเกรงใจแล้ววางสายไป ทำให้เขาไม่มีโอกาสรับฟังข้อมูลความขัดแย้งของครอบครัวนี้ และอาจช่วยเหลือไม่ทันกาล แต่ถ้าจะให้เขาออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอกเพื่อคุยกับหมอกนิษฐ์อย่างเต็มที่ ก็คงจะพลาดข้อมูลสำคัญ และยังอาจทำให้ตัดสินใจไม่เหมาะสมอีกด้วย
เขายกมือป้องปากตัวเองไว้ไม่ให้ส่งเสียงไปรบกวนคนอื่นที่กำลังนั่งประชุมกันอยู่

“ครับ แต่คุยได้ครับ” เขารีบบอก พูดสายในห้องประชุมนี่แหละ เขาบอกกับตัวเอง ยอมเสียมารยาท

“ไม่มีอะไรครับ ผมจะโทรมาบอกว่า คนไข้ที่เจ็บหน้าอกที่ไม่ได้ป่วยเป็นอะไรคนนั้นเป็นคนจ่ายเงินให้แรงงานต่างด้าวสามคนนั้นจริงๆ นอกจากนี้เขายังจ่ายให้แรงงานต่างด้าวสามคนหลังด้วย” หมอกนิษฐ์เล่าให้เขาฟัง

“หรือครับ” อารยะตื่นเต้น เขาเกือบลืมเรื่องราวที่ขอให้หมอกนิษฐ์ช่วยหาข้อมูลเรื่องแรงงานต่างด้าวสามคนนั้น และหมอกนิษฐ์ได้ขอร้องให้พี่พยาบาลเวรตรวจการคนนั้นติดตามข้อมูลให้เขา

แสดงว่าชายคนนั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับแรงงานต่างด้าวสามคนนั้นจริงๆ การทดลองลึกลับนั้นเริ่มมีหลักฐาน สาวไปถึงแล้ว เขาอดรู้สึกดีใจไม่ได้

“คนไข้คนนั้นยังเป็นคนรับศพแรงงานต่างด้าวสองคนที่ตายกลับไปด้วย” หมอกนิษฐ์ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

อารยะใจเต้นแรง ใช่แล้ว ถ้าคนไข้คนนั้นไม่ได้เป็นอะไร แต่ทำทีว่าป่วยแล้วมาสังเกตการณ์ในห้องฉุกเฉิน เมื่อเห็นการรักษาพยาบาลแล้ว มีผู้เสียชีวิตก็รับศพไปด้วย แสดงว่าต้องเกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจน และสาเหตุการตายก็น่าจะมาจากชายคนนั้น

“เยี่ยมไปเลยครับ ข้อมูลนี้สำคัญมาก ขอบคุณมากเลยนะครับ” อารยะกระซิบอย่างดีใจ แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ถึงปัญหาครอบครัวของหมอกนิษฐ์ อารยะเผลอหลุดปากถามไปอย่างอดไม่ได้

“ติดต่อคุณเหมียวหรือยังครับ เธอว่าไงบ้าง ทำไมไม่รอคุยกันก่อนครับ”

เสียงเงียบหายไป นิ่งนาม พักใหญ่ ก่อนจะมีเสียงถอนหายใจยาวเบาๆ ดังผ่านโทรศัพท์มา อารยะใจหาย รู้สึกเสียใจที่หลุดปากถามไป พวกเขาคงยังไม่ได้ทำความเข้าใจกัน เขาไม่น่าถามเลย เพราะมันคงทำให้หมอกนิษฐ์ยิ่งรู้สึกไม่ดี

“เหมียวไม่ติดต่อกลับมา” เสียงแหบพร่าของหมอกนิษฐ์ ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น

“ไม่ลองโทรไปหาหรือครับ” อารยะกระซิบถาม

เสียงเงียบหายไปอีก

“โทรไปห้าครั้งแล้ว ไม่มีคนรับสายครับ” ความเจ็บปวดในน้ำเสียงนั้น ทำให้อารยะรู้สึกใจหายอีกครั้ง เขาพลาดอีกจนได้ ไม่ควรถามเลย นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือเหมียวตัดสินใจใหม่แล้ว เธอไม่คิดจะรักษาชีวิตสมรสกับหมอกนิษฐ์ต่อไปอีกแล้วหรือ เขาอดสงสัยไม่ได้

“อ้อ ยังมีอีกนะครับ คนส่งคนไข้แรงงานต่างด้าวทั้งสามคนนี้คือองค์การ World Protectรวมทั้งคนไข้ต่างด้าวสามคนหลังด้วย” หมอกนิษฐ์เปลี่ยนเรื่อง เหมือนไม่อยากคุยเรื่องของเหมียวกับตัวเองให้เขาฟัง หมอกนิษฐ์ย้ำเตือน สิ่งที่เขารับรู้มาตั้งแต่ต้นแล้วอีกครั้ง

อารยะรู้สึกราวกับหัวใจกระตุก ความรู้สึกเจ็บปวดวูบขึ้นมาบ้าง

องค์การ World Protect นี่เอง พราวขวัญทำงานอยู่ที่นั่น องค์การนี้รับเงินจากบริษัทยาที่นุชทำงานอยู่หรือเปล่า เขาอยากจะรู้นัก แล้วถ้ารับเงินจากบริษัทยานี้ พราวขวัญรู้เรื่องและเกี่ยวข้องกับการทดลองลึกลับที่สุดแสนอันตรายนี้หรือไม่ เขาอยากจะจับตัวเธอเขย่า จนความจริงทั้งหลายหลุดร่วงออกมาให้หายคับข้องใจ เขาคงจะต้องค้นหาความจริงให้ได้ ความรู้สึกค้างคานี้คงไม่ต่างจากความรู้สึกของหมอกนิษฐ์ที่อยากจะซักถามเรื่องราวต่าง ๆ จากเหมียว

เขาถอนใจยาว สลัดความรู้สึกเจ็บปวดออกไป อย่างน้อย เขาก็แน่ใจว่ามีหลักฐานสาวไปถึงการทดลองลึกลับนั้นแน่แล้ว

ขณะเดียวกันความรู้สึกกังวลลึก ๆ ก็ก่อตัวขึ้น ถ้าการทดลองนั้นมีจริง และการประชุมในวันนี้ก็เป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงผลประโยชน์จากสถานการณ์ความเจ็บป่วยอย่างแท้จริง และหากการทดลองสำเร็จ อย่างที่เขาสันนิษฐานไว้ คนกลุ่มนี้ก็คงพร้อมที่จะทำอะไรที่ร้ายแรงยิ่งขึ้นไปอีก ที่เขากังวลคือการแพร่กระจายของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ไปสู่คนไทย เพื่อผลกำไรจากการใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่

เขาจะไม่ยอมปล่อยให้มีการแสวงหาผลประโยชน์จากความเดือดร้อนของคนอื่นอย่างเด็ดขาด

“ขอบคุณมากนะครับ แล้วถ้ามีข่าวคืบหน้าเรื่องเหมียว อย่าลืมบอกผมด้วยนะครับ ผมว่าจะโทรหาเธอเหมือนกัน ยังไงก็ตามผมคิดว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันมากกว่า ใจเย็น ๆ นะครับ” อารยะปลอบโยนหมอกนิษฐ์ เขาไม่กล้าบอกว่า เขาและพราวขวัญก็ติดต่อเหมียวไม่ได้เหมือนกัน เพราะ
กลัวว่าจะยิ่งทำให้หมอกนิษฐ์ใจเสียขึ้นไปกันใหญ่

“ครับ แค่นี้ก่อนนะครับ ไปประชุมต่อเถอะ” หมอกนิษฐ์วางสายไป

อารยะหันกลับมาสนใจการประชุมอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่มีการอ้างถึงคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกในการใช้ยาต้านไวรัสสำหรับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่แล้ว โดยที่เขาไม่ได้ฟังเลย

ข้อมูลที่ได้รับจากหมอกนิษฐ์ยืนยันชัดเจนว่า มีกลุ่มคนทำอะไรบางอย่างกับแรงงานต่างด้าว คนไข้คนนั้นที่เป็นผู้รับผิดชอบ รู้จักกับนุชดีเทลยาสาว และในเทปที่เขาบันทึกเสียงมาได้นั้น นุชได้พูดถึงการทดลองกับคนไข้เจ็บหน้าอกคนนั้น

เมื่อรวมกันเข้ากับข้อมูลที่ได้รับจากกุลสตรี และการประชุมในวันนี้ เขาคิดว่ามีการใช้สถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากกำไรในการขายยาต้านไวรัสอย่างแน่นอน

เขาจะต้องขัดขวางให้ได้ อารยะตัดสินใจอีกครั้ง

“สรุปว่าองค์การอนามัยโลกแนะนำว่า ผู้สูงอายุไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงเหมือนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลอย่างนั้นหรือครับ” ประธานในที่ประชุมถามย้ำอีกครั้ง

“ใช่ครับ เพราะผู้ติดเชื้อในทุกกลุ่มอายุมีโอกาสที่จะมีอาการรุนแรงเป็นปอดบวมและเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะหญิงมีครรภ์” หมอวันชัยตอบคำถาม แสดงว่าหมอวันชัยน่าจะเป็นคนให้ข้อมูลคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกต่อที่ประชุม

“พวกเราคงจะเห็นกันแล้วว่าองค์การอนามัยโลกไม่ได้แนะนำให้แจกจ่ายยาให้คนไข้ทุกคนที่ติดเชื้อ แต่ให้เฉพาะกลุ่มที่มีข้อบ่งชี้ ได้แก่คนท้อง เด็ก ผู้ที่ภูมิคุ้มกันโรคต่ำ เช่นผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน อันที่จริงคำแนะนำระบุชัดเจนว่าไม่ให้แก่ผู้ติดเชื้อทุกคน มาตรการจำกัดยา และรวมศูนย์ยาไว้ น่าจะเป็นสิ่งเหมาะสม” หมอวิชาญย้ำ เป็นการจูงใจที่ประชุม

“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ใช่นะครับ องค์การอนามัยโลกไม่ได้ให้จ่ายยาแก่คนไข้ที่ป่วยทุกคนก็จริงอยู่ แต่คนไข้ที่ไข้ไม่ลงในช่วงสองวันแรก หรือมีอาการไอมาก หอบเหนื่อย ก็จำเป็นที่จะต้องได้ยาอย่างรวดเร็ว เพราะยาจะได้ผลดีเมื่อให้ในช่วงสองวันแรกนับจากเริ่มมีอาการเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เราควรกระจายยาไปทุกโรงพยาบาล และควรมีนโยบายให้ทุกโรงพยาบาลซื้อยามาใช้ได้เอง เพื่อให้คนไข้ทุกคนที่ต้องการยามีโอกาสได้รับยาโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันอัตราการตายสูงเกินไป” หมอวันชัยให้เหตุผลคัดค้าน

“ถ้าขืนปล่อยให้ทุกโรงพยาบาลซื้อยาต้านไวรัสได้ และให้สต๊อกยาจำนวนมาก จะควบคุมการใช้ได้ยังไง งบประมาณที่สิ้นเปลืองไปเท่าไร ตอนนี้เพิ่งมีผู้ป่วยแค่สองรายเท่านั้น เราอาจป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดได้เหมือนโรคซาร์สด้วยซ้ำไป ถ้าขืนให้เก็บยาไว้ที่โรงพยาบาล ก็ทำให้ยาหมดอายุไปเปล่า ๆ รวมศูนย์ยาไว้ที่ส่วนกลางเหมาะสมที่สุดแล้ว” หมอวิชาญเสนออีก

หมอวันชัยขยับจะตอบโต้ แต่ประธานในที่ประชุมยกมือกดไมค์โครโฟน แล้วชิงส่งเสียงออกมาเสียก่อน

“เอาละ ผมคิดว่าพวกเราได้ฟังข้อมูลครบถ้วนรอบด้านแล้ว ข้อเสนอก็อภิปรายกันมานานพอสมควรแล้ว คงจะพิจารณากันได้แล้วว่ามาตรการเรื่องยาต้านไวรัสนี้จะเอายังไง จะใช้มาตรการจำกัดเหมือนที่หมอวิชาญเสนอมา หรือจะปล่อยอิสระเหมือนที่หมอวันชัยเสนอ ที่ประชุมว่าไงครับ”

ผู้อำนวยการของเขาหันหน้ามาสบตาเขา อารยะใจเต้นแรง เป็นโอกาสแล้วที่จะต้องป้องกันไม่ให้มีการแสวงหาผลประโยชน์

การจัดเตรียมยารองรับทุกโรงพยาบาล เพื่อให้คนไข้ทุกคนที่จำเป็นต้องใช้ยาได้รับยาอย่างรวดเร็วที่สุด เพราะจะต้องให้ยาภายในสองวันตั้งแต่เริ่มมีอาการ เพื่อไม่ให้มีผู้ป่วยเสียชีวิตหรือให้เสียชีวิตน้อยที่สุด นี่เป็นเหตุผลที่ไม่มีใครปฏิเสธได้

แต่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้จะระบาดหรือ ในเมื่อระบบสาธารณสุขของเรามีมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคอย่างดี รวมทั้งเคยมีผลงานปรากฎสมัยรักษาโรคซาร์ส เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง

อารยะนึกถึงมาตรการรองรับอย่างเข้มงวดที่เขาทำขึ้น แต่ที่ประชุมกลับสรุปให้ใช้มาตรการค่อนข้างผ่อนคลายในครั้งที่แล้ว ขึ้นมา ความลังเลใจเกิดขึ้นแวบหนึ่ง

แต่มันก็ยังไม่มีคนไข้ติดเชื้อนี้จากคนในประเทศอยู่ดี และถ้าปล่อยให้ทุกโรงพยาบาลสามารถสั่งซื้อยาต้านไวรัสได้ก็จะมีการกักตุนยากันยกใหญ่ในขณะนี้ ซึ่งจะสิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมาก ขณะเดียวกันบริษัทยาก็คงจะส่งตัวแทนลงไปในพื้นที่ เสนอให้มีการซื้อยามาเตรียมไว้ การควบคุมให้ใช้ยาตามข้อบ่งชี้ก็จะทำด้วยความยากลำบาก

และที่สำคัญกว่านั้น มาตรการผ่อนคลายจะทำให้บางบริษัทได้ผลประโยชน์จากสถานการณ์อย่างเต็มที่

อารยะตัดสินใจ

“ผมคิดว่าตัดสินใจเลือกมาตรการที่คุณหมอวิชาญเสนอมาน่าจะมีเหตุผลกว่านะครับ” เขากระซิบบอกผู้อำนวยการเบา ๆ

ผู้อำนวยการของเขาพยักหน้าเห็นด้วย

“ใครคิดว่าเราควรใช้มาตรการจำกัดโดยรวมศูนย์ยาไว้ที่ส่วนกลาง การใช้ต้องมีข้อบ่งชี้ แล้วถึงจะส่งยาออกไป ตามที่หมอวิชาญเสนอมาให้ยกมือขึ้น” เสียงประธานในที่ประชุมถามขึ้น

------------------------
จบตอนที่ 24

แก้ไขโดย khun_j เมื่อ 03-01-2010 19:55
 
ส่งข้อความส่วนตัว
kunlakha
#2 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 04-01-2010 23:23
แฟนคลับ


ข้อความ: 134
เข้าร่วม: 30.07.08

ได้ความรู้ไปเยอะทีเดียวค่ะ แม้ว่าจาเครียดตามไปบ้าง ...
เอาใจช่วยคุณหมออารยะต่อไปนะคะ ... Wink
 
ส่งข้อความส่วนตัว
chakansi
#3 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 05-01-2010 17:22
Moderator


ข้อความ: 269
เข้าร่วม: 01.04.09

ใครเป็นไข้หวัดใหญ่ยกมือขึ้น (แอบแซวประธานในที่ประชุม)

เย้ เย้ ทางนี้เลยค่ะ เพิ่งไปฉีดยามา Grin
 
ส่งข้อความส่วนตัว
khun_j
#4 พิมพ์ข้อความ
โพสเมื่อ 18-01-2010 20:59
Moderator


ข้อความ: 135
เข้าร่วม: 10.11.08

ตอนที่ 25 โพสแล้วจ้า Wink
 
ส่งข้อความส่วนตัว
ไปยังฟอรั่ม:
แสดงผลในเวลา: 0.20 วินาที
967,456 ผู้เยี่ยมชม